มมืดเริ่มเคลื่อนคลุมผืนดินอย่างเชื่องช้าณ ที่ห้องเล็ก ๆ ซื่อหงนั่งยิ้มอย่างสะใจกับแผนการที่ได้วางเอาไว้เธอรู้ดีว่าเพ่ยอิงติดกับดักของเธอเข้าให้แล้ว เพียงแค่รอให้เธอมาหาหลี่ถังอีกสัก 2-3 ครั้ง ไม่นานเกินรอ ตอนนั้นละก็ ทุกอย่างจะง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!ความคิดนี้ทำให้ซื่อหงมีกำลังวังชาขึ้นมาทันตา เธอลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง หยิบจับของ ทำความสะอาดในห้องอย่างขะมักเขม้นบรรยากาศภายในตระกูลอันยามราตรีดูเงียบเหงาผิดวิสัย ตอนนี้ก็มีเพียงแค่คนสามคนนั่งกินอาหารเย็นอยู่เงียบ ๆภายในห้องหลี่เจียเฟิ่งนิ่งเงียบไร้วาจา ส่วนย่าอันและอันจิ่วเม่ยก็เอาแต่คุยกันเป็นพัก ๆ โดยไม่มีบทสนทนาสนุกสนานเหมือนแต่ก่อนทั้งสองคนถามคำตอบคำ พูดจาอย่างระมัดระวัง ในขณะที่ซื่อหงเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องพักของตนเอง
หลังจากที่อันจิ่วเม่ยและหลี่เจียเฟิ่งเข้าห้องพักผ่อนตามปกติ ย่าอันก็ย่องมาที่ห้องของซื่อหงอย่างเงียบเชียบ มือข้างหนึ่งถือห่อผ้าเล็กๆ เอาไว้หลังจากที่เข้าไปในห้องซื่อหง ย่าอันก็คลี่ห่อผ้าออกอย่างระมัดระวังให้ซื่อหงดู ก็พบกับกองธนบัตรและเหรียญเล็กน้อย ซึ่งเป็นเงินที่ย่าอันเก็บสะสมมาจากการขายหน่อไม้ดองที่ทำขึ้นเองซื่อหงจ้องมองกองเงินจำนวนจิ๋วนั่นด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างหงุดหงิด“แค่เศษเงินเพียงเท่านี้ มันจะไปช่วยอะไรได้ล่ะ? หนี้สินของตงหยางมีมากมายขนาดนั้น คิดว่าเอาเงินจำนวนน้อยนิดมาให้ฉัน ฉันจะยอมงั้น