ปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ไม่นานนักสาว ๆ ที่แต่งงานแล้วอีกหลายคนก็ทยอยมาร่วมซักผ้าด้วยอันจิ่วเม่ยทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง และอย่างแนบเนียน เธอค่อย ๆ เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปที่เรื่องของซื่อหงและเพ่ยอิง ทำให้ได้ข่าวลับมาอีกไม่น้อยขณะที่แสงแดดยามบ่ายทอดตัวลงบนหมู่บ้าน ที่อีกฟากหนึ่งของถนนดินแคบ ๆ เสียงกระซิบกระซาบดังแว่วมาจากโรงเก็บของภายในห้องที่มีแสงสลัว ซื่อหงนั่งอยู่ตรงหน้าเพ่ยอิง ดวงตาของเธอเป็นประกายวาววับด้วยความมุ่งมั่นขณะที่ริมฝีปากซื่อหงกำลังคลี่ยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัย โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าแผนการชั่วร้ายของตนนั้น ถูกอันจิ่วเม่ยล่วงรู้ไปหมดแล้ว“เพ่ยอิง” ซื่อหงเอ่ยเสียงนุ่มนวล “หนูกังวลเรื่องหลี่เจียเฟิ่งมากใช่ไหม? ป้าเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ”เพ่ยอิงพยักหน้า ดวงตาฉายแววกังวล “ใช่ค่ะ หนูอยากจะวิ่งไปถามเขาตรง ๆ จริง ๆ ”ซื่อหงยิ้มอย่างเห็นใจ ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเพ่ยอิง อย่างอ่อนโยน
“ป้าเข้าใจ แต่หนูคิดว่าการทำแบบนั้นจะดีจริง ๆ เหรอ? ทำไมเราไม่ลองวิธีอื่นดูล่ะ?”“วิธีอื่น?” เพ่ยอิงเลิกคิ้วด้วยความสงสัยซื่อหงกล่าวด้วยน ้าเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์“ใช่แล้ว เราควรส่งหลี่ถังไปสืบข่าวแทน ไอ้หนุ่มโง่เง่าเต่าตุ่นคนนั้นมีจิตใจไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย ควบคุมง่ายยิ่งกว่าหุ่นเชิด การส่งเขาไปถามหลี่เจียเฟิ่งจะช่วยรักษาหน้าทุกฝ่าย และคลายความวิตกของหนูได้อย่างไร้ที่ติ”เพ่ยอิงยังคง