ลังเลอยู่ ซื่อหงจึงเอ่ยเสริมด้วยน ้าเสียงปลอบประโลม“เธอไม่ต้องกังวล ยังไงไอ้โง่นั่นก็ฟังเธออยู่แล้ว ถ้ามันช่วยสืบข่าวได้ เธอก็ให้รางวัลมันบ้าง หลังจากที่ได้แต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งแล้ว”คำพูดของซื่อหงเหมือนมนตร์สะกด ทำให้ความลังเลในใจของเพ่ยอิงค่อย ๆ จางหายไปเพ่ยอิงพยักหน้าอย่างแน่วแน่ ก่อนจะร้องออกมาด้วยความดีใจ“ขอบคุณป้ามากนะคะ!”มือน้อย ๆ ของเธอจับมือซื่อหงแน่น “ถ้าไม่ได้ป้า หนูคงทุกข์ทรมานไปอีกนาน”
ซื่อหงแสร้งทำหน้าสำนึกผิด น ้าตาเอ่อคลอ “โธ่ ที่จริงป้าเองก็ไม่ได้ดีนักหรอก ป้ามันแย่จริง ๆ ที่เผลอพูดออกไป ป้าไม่น่าพูดออกไปเลย…”“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ!” เพ่ยอิงค้านเสียงแข็ง ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น“ถ้าไม่ใช่เพราะป้า หนูก็คงไม่รู้ว่าตัวเองโดนขโมยชีวิตไป! นังอันจิ่วเม่ยนั่นมันแค่คนอกตัญญู หนูต้องสั่งสอนมันให้ได้ เพื่อแก้แค้นให้ป้าและตัวหนูเอง!”ซื่อหงยิ้มอย่างพึงพอใจพลางพูดว่า “ขอบใจมากนะเพ่ยอิง เธอเป็นเด็กดีจริง ๆ ถ้าป้ามีลูกสาวที่สวยและใจดีอย่างเธอ ป้าคงมีความสุขมาก”ทั้งสองจับมือกันอย่างอบอุ่น เสียงพูดคุยเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งแฝงไปด้วยแผนการที่มุ่งร้ายเพ่ยอิงเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม พร้อมกับเสียงฮัมเพลงที่ดังแว่วมาแต่ไกล ทว่าเมื่อก้าวเข้าบ้าน เธอกลับต้องเผชิญกับสายตาคมกริบของเจียงอิงที่จ้องมองอย่างไม่พอใจ“นี่! มัวแต่เล่นอะไรอยู่ รีบมาช่วยทำกับข้าวสิยะ” เจียงอิง