หลังจากที่ทั้งสองจัดการบะหมี่เสร็จ หลี่เจียเฟิ่งก็รีบออกไปช่วยย่าอันขุดหาหน่อไม้ แม้อันจิ่วเม่ยจะโกรธจนไม่พูดออกมา เขาก็รับรู้ได้ว่าเธอยังเป็นห่วงย่าอันอยู่อันจิ่วเม่ยไม่พูดอะไร แต่สายตาที่มองตามเขาไปนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ เธอรู้ว่าเขาเข้าใจความห่วงใยที่เธอมีต่อคุณย่า“หลี่เจียเฟิ่งฉันจะไปที่บ้านหลังใหม่ก่อน คุณทำธุระเสร็จก็ตามมานะ” อันจิ่วเม่ยตะโกนตามหลังไป เธอได้ยินเสียงเขาตอบกลับมาเพียงคำสั้น ๆ ว่า ‘ได้’อันจิ่วเม่ยเก็บชามบะหมี่และเดินไปหยิบหม้อน ้าหวานเตรียมตัวไปที่บ้านหลังใหม่อันจิ่วเม่ยเดินมาถึงที่ดินที่กำลังก่อสร้างบ้านหลังใหม่บรรยากาศรอบด้านคึกคัก เสียงเลื่อย เสียงค้อนดังสนั่นหวั่นไหวตอนนี้บ้านหลังใหม่ของเธอทำเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว เหลือเพียงการตกแต่งภายในอีกไม่นานก็จะเสร็จสมบูรณ์“สวัสดีค่ะ ลุง ๆ มาพักดื่มน ้าหวานกันก่อนนะคะ” อันจิ่วเม่ยยกหม้อน ้าหวานเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้าง เสียงใสของเธอดังกว่าเสียงเครื่องมือช่างทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘น ้าหวาน’ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วบริเวณคนงานต่างวางอุปกรณ์ในมือ รีบวิ่งมาหาอันจิ่วเม่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
ในยุคสมัยที่แม้แต่น ้าตาลยังหายาก น ้าหวานถือเป็นของหรูหราทีเดียวมู่เฉิน หัวหน้าช่างที่กำลังยืนกางแบบแปลนอยู่ รีบก้าวยาว ๆ มาหาอันจิ่วเม่ยทันที“จิ่วเม่ยมาพอดี ลุงอยากถามตรงนี้” เขาชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแบบแปลน สีหน้าจริงจังแม้อันจิ่วเม่ยจะไม่ใช่ผู้