ห้ มู่เฉินและคนอื่น ๆ ยิ้มกว้างพวกเขาตอบกลับด้วยน ้าเสียงอารมณ์ดี“ไม่ต้องรีบ พวกเราจะเทฐานรากให้เรียบร้อยก่อน มีอะไรเพิ่มเติมก็บอกได้ตลอด”รับเงินมาแล้ว งานก็ต้องทำ ทุกคนดูขยันขันแข็งและอารมณ์ดีไม่มีใครแสดงท่าทีหงุดหงิดเลยสักนิดหลี่เจียเฟิ่งรับหน้าที่คุยรายละเอียดกับคนงานต่อ ส่วนอันจิ่วเม่ยรีบกลับบ้านไปชงน ้าตาลมาเลี้ยง จากนั้นทั้งสองก็ปั่นจักรยานเข้าเมือง“ฉันต้องแวะโรงงานขายวัสดุก่อสร้าง ฉันไปซื้อของเพิ่มนิดหน่อย เธอไปเดินเล่นในตลาดรอฉันก็ได้ ส่วนเรื่องของตงหยาง เราค่อยไปสืบเรื่องพวกนั้นด้วยกัน” หลี่เจียเฟิ่งบอก
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปกับคุณได้” อันจิ่วเม่ยปฏิเสธ สมัยนี้การติดต่อสื่อสารลำบาก ถ้าพลัดหลงกันจะยุ่งยาก“ก็ได้…บ้านส่วนใหญ่ก็คุณกับคุณย่าอยู่ คุณไปดูแล้วเลือกแบบที่ชอบก็แล้วกัน”เดิมทีในยุคที่ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเห็นแก่ตัว แต่น ้าเสียงและท่าทีที่ใส่ใจของหลี่เจียเฟิ่งทำให้อันจิ่วเม่ยรู้สึกดี เธอตั้งใจว่าจะตอบแทนความดีของเขาให้สมกับที่เขาปฏิบัติต่อเธอทันใดนั้น สายตาของอันจิ่วเม่ยก็สะดุดกับร่างที่วิ่งออกมาจากหมู่บ้านอย่างรีบร้อน เธอชะโงกหน้าไปดูและพบว่าเป็นใบหน้าคุ้นเคยเพ่ยอิงวิ่งมาจากหมู่บ้านข้างเคียงด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้ยินข่าวรับสมัครเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนน เธอมองว่านี่คือโอกาสทองที่จะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อแม่เห็น และจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับหลี่ถังแต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหลี