้แต่น้อย ในใจกลับรู้สึกผิดที่ทำให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นนี้“ใครจะไปรู้ล่ะว่ายัยเด็กคนนั้นจะมีดวงแข็งขนาดนี้…” ซื่อหงพึมพำกับตัวเองซื่อหงมองลูกชาย เธอพูดด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน “ตงหยาง…แม่ว่าต่อไปแกก็อยู่บ้านเฉย ๆ เถอะนะ อย่าออกไปก่อเรื่องอีกเลย แม่มีลูกชายแค่คนเดียว ถ้าแกเป็นอะไรไป แม่จะอยู่ยังไง…”“พอเถอะน่าแม่! ผมรำคาญ!” อันตงหยางตวาดกลับอย่างหงุดหงิด“แม่ไปเอาเงินมาให้ผมหน่อย ผมจะออกไปข้างนอก ยัยตัวแสบนั่นมันกล้าทำร้ายผม ผมจะไม่ปล่อยมันแน่!”ซื่อหงชะงักไปครู่ใหญ่ เธอเดาได้ทันทีว่าลูกชายต้องการจ้างวานคนไปสั่งสอนอันจิ่วเม่ยแน่ ๆ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงไม่เป็นไร แต่ตอนนี้อันจิ่วเม่ยมีหลี่เจียเฟิ่งคอยหนุนหลัง ถ้าพลาดพลั้งแม้แต่นิดเดียว อาจเป็นฝ่ายของลูกชายเธอเองที่จะเดือดร้อนคิดได้ดังนั้น ซื่อหงก็อยากจะเตือนสติลูกชาย แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก อันตงหยางพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า “แม่ไม่ต้องห่วงถ้าผมทำสำเร็จ ผมจะกลับมา”ขณะนี้ซื่อหงกำลังปวดหัวกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่แสนจะดื้อรั้น อันตงหยางชอบทำตัวเกเรจนแม้แต่สุนัขในหมู่บ้านยังต้องเดินอ้อม แต่รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังอดใจอ่อนไม่ได้ซื่อพยายามหาข้ออ้างที่จะไม่ให้เงินลูกชายตนเอง “แม่เหลือเงินแค่สิบหยวนแล้ว ถ้าให้แกไป เราสองคนก็ต้องอดอยากนะ”แต่ทว่าอันตงหยางกลับตอบกลับมาด้วยน ้าเสียงหงุดหงิด“เอาเถอะน่า แม่จะกลัวอะไร ผมจะปล่อยให้แม่อดตายหรือไง?พอฉันจัด