จึงไม่จำเป็นต้องเอาอกเอาใจครอบครัวผู้นำหมู่บ้านมากเกินไปแต่หลี่เจียเฟิ่งก็ต้องยอมรับว่าวิธีการของอันจิ่วเม่ย ในการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่นนั้นไม่เลวเลยสายตาของอันจิ่วเม่ยเหลือบไปเห็นหลี่เจียเฟิ่งเผลอทำหน้าบึ้งตึงใส่ภรรยาผู้นำหมู่บ้าน รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของหญิงวัยกลางคนพลันจางหาย แทนที่ด้วยสีหน้าแข็งกระด้างทันที!อันจิ่วเม่ยเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปกู้สถานการณ์ด้วยรอยยิ้มหวาน“ป้าไป๋ขา~ ถ้าพี่เจียเฟิ่ง กล้ารังแกหนู หนูจะมาฟ้องป้า ถึงตอนนั้นป้าไป๋ใช้ไม้กวาดฟาดหัวเขาให้หนูหน่อยนะคะ”ภรรยาผู้นำหมู่บ้านหัวเราะ แต่แกล้งทำเป็นบ่น “โอ๊ย! อย่ามายุ่งกับฉันนะ ทุกวันนี้ฉันก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว”อันจิ่วเม่ย ทำหน้ามุ่ย “งั้นหนูจะแอบไปหยิบไม้กวาดของคุณป้าไปตีเขาเองแล้วกัน”“หา? ทำไมต้องเอาไม้กวาดบ้านฉันด้วยล่ะ?”
“ก็ถ้าเป็นไม้กวาดของภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน หลี่เจียเฟิ่งไม่กล้าตีกลับหรอกค่ะ”“ฮ่า ๆ ๆ ยัยเด็กคนนี้นี่ ปากหวานจริง ๆ เลย”ทั้งคู่หัวเราะคิกคักเดินเข้าบ้านไป เหวินฟู่ที่แอบฟังอยู่ก็อดยิ้มไม่ได้ที่เห็นภรรยาหัวเราะร่าขนาดนี้เหวินฟู่เห็นว่าเด็กสองคนนี้ก็จริงใจดีเหมือนกัน เขาจึงเดินออกมาต้อนรับทั้งสองคน แต่ก็ยังทำหน้าขรึม ๆ แล้วพูดว่า“ฉันทำตามสัญญาแล้วนะ ถึงจะทำให้ตระกูลหลี่ ของพวกเธอไม่พอใจก็ช่าง ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก”อันจิ่วเม่ยได้ยินแบบนั้นก็แต่กลั้นใจ หวั่นว่าหลี่เจียเฟิ่งจะพูดอะไรไม่เข้าหูผู้นำหมู่บ้านเข้