ให้คนในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ก็เป็นญาติพี่น้องกัน แทบไม่ได้เก็บเงินเลย หนึ่งเดือนจะมีเงินสักกี่หยวนกันเชียว? นายพูดแบบนี้มันใจร้ายกับพวกเรามากเลยนะ!”อันจิ่วเม่ยที่มองดูอยู่ข้าง ๆ เห็นผู้หญิงสองคนกระโดดออกมาแล้ว ถ้าเธอไม่ออกมาบ้าง ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไรนักเธอจึงกระโดดเข้าร่วมวงด้วย“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เห็นใจพวกพี่นะคะนี่ก็เพราะพ่อเป็นคนเสนอข้อเรียกร้องมาไม่ใช่เหรอ? ตอนแรกพวก
เราบอกว่าหกหยวนก็สมเหตุสมผลแล้ว แต่พ่อไม่ยอม ไม่เกี่ยวกับหลี่เจียเฟิ่งสักหน่อย”อันจิ่วเม่ยพูดพลางจงใจชำเลืองไปทางหลี่เฉินฟู่แวบหนึ่งความหมายที่แฝงอยู่นั้นชัดเจนหลี่เฉินฟู่ที่ถูกเสียดสี จึงพูดเสียงเย็นเยียบ “ฉันพูดอยู่ เธอมายุ่งอะไรด้วย? นี่มันที่ที่แกจะพูดได้งั้นเหรอ?”อันจิ่วเม่ยสะดุ้ง หยาดน ้าตาเอ่อขึ้นมาคลอ ดวงตาคู่งาม “ตะ แต่เมื่อกี้พี่สะใภ้คนโตกับพี่สะใภ้คนรองเป็นคนพูดนะคะ ฉันก็แค่ทนไม่ได้ที่เห็นพี่เจียเฟิ่งถูกรังแก…”คำพูดยังไม่ทันจบ น ้าตาก็ไหลพรั่งพรูออกมาราวกับสายน ้าตกเมื่อเห็นอันจิ่วเม่ยถูกรังแก บรรดาผู้ชายตัวโตอย่างเฟยหมิงและบรรดาเพื่อนหลี่เจียเฟิ่ง ต่างรู้สึกว่าพ่อของหลี่เจียเฟิ่ง โหดร้าย ไร้เมตตาลูกสะใภ้ที่เพิ่งจะแต่งเข้าบ้าน ยังถูกรังแกขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่แยกครอบครัว ต่อไปคงได้ถูกรังแกจนตายแน่ ๆหลี่เจียเฟิ่งที่รู้ทันว่าภรรยาว่ากำลังแสดงละคร ในใจก็อดขำไม่ได้แต่ก็ยังปกป้องเธอไว้ข้างหลังห