อันจิ่วเม่ยพยายามกลืนความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้ แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะสหายต้าหวัง ขอบคุณล่วงหน้านะคะ”“โธ่ พี่สะใภ้ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก ผมกับเจียเฟิ่งนี่สนิทกันอย่างกับพี่น้องแท้ ๆ ชีวิตผมก็เจียเฟิ่งนี่แหละช่วยไว้! เอาล่ะ ๆ ไม่พูดพร ่าทำเพลงแล้ว เจียเฟิ่งนายรีบอุ้มพี่สะใภ้ขึ้นรถได้แล้ว อย่าให้เสียฤกษ์เลย!”ทันทีที่สิ้นเสียงของต้าหวัง เสียงเชียร์ของเหล่าชาวบ้านก็ดังกระหึ่ม พร้อมใจกันส่งเสียงเชียร์ให้เจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวขึ้นรถไปเริ่มต้นชีวิตคู่หลี่เจียเฟิ่งไม่ทำให้ทุกผิดหวัง เขาก้มลงช้อนตัวอันจิ่วเม่ยขึ้นในอ้อมแขนราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย กลิ่นหอมของสบู่อ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมร่างเธอไว้ในทันทีอันจิ่วเม่ยถึงกับหน้าร้อนผ่าว รีบเอื้อมมือไปคล้องคอเขาไว้แน่นแต่ความกังวลที่มีมากกว่าความเขินอาย เธอถามขึ้นด้วยน ้าเสียงร้อนรน“แล้ว…คุณย่าล่ะ…?”“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เจ้าชายผู้แสนดีคนนี้จะจัดการให้เอง” เสียงทุ้มนุ่มแสนอบอุ่นกระซิบข้างหูอันจิ่วเม่ย หญิงสาวเบิกตากว้าง เธอไม่คิดว่าหลี่เจียเฟิงจะคิดเผื่อเธอขนาดนี้
“เอ่อ…หลี่เจียเฟิ่ง ขอบคุณนะคะ” เธอตอบกลับเสียงเบา หัวใจรู้สึกอบอุ่นแปลก ๆความจริงแล้วการแต่งงานครั้งนี้มันก็แค่ละครฉากใหญ่ที่เธอเป็นคนบังคับเขาเองหลี่เจียเฟิ่งไม่จำเป็นต้องทุ่มเทอะไรขนาดนี้แค่พาเธอไปส่ง ๆ ต่อหน้าญาติ ๆ แค่นั้นก็พอแล้ว… ใครจะไปคิดว่าเขาจะใส่ใจกับรายละเอียดยิ