“ขะ ขอบพระคุณอาสะใภ้ค่ะ!” ดวงตาของเสวี่ยเหยาเป็นประกายวิบวับด้วยความดีใจจนแทบล้นทะลักออกมา“ไม่ต้องเกรงใจจ้ะ เอาไปซ่อนให้ดี ๆ แล้วแบ่งน้องสาวด้วยนะ กินให้อร่อยล่ะ แล้วอย่าให้ใครเห็นเชียว” อันจิ่วเม่ยขยิบตาให้เด็กหญิงอย่างรู้กันในใจของอันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าสองพี่น้องตระกูลหลี่น่าสงสาร ถูกคนในตระกูลเอาเปรียบอยู่เสมอ เธอคิดว่าตราบใดที่สองคนนี้ไม่พาคนอื่นในตระกูลมารังควาน เธอก็เต็มใจที่จะทำดีด้วยว่าไปแล้ว เธอกับสองพี่น้องตระกูลหลี่ก็มีโชคชะตาคล้าย ๆ กันต่างก็เป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่ได้รับความรัก ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจจึงก่อตัวขึ้นในใจของอันจิ่วเม่ยหลังจากเสวี่ยเหยาวิ่งจากไปด้วยความดีใจ อันจิ่วเม่ยก็เปิดประตูออกมา เห็นว่าในลานบ้านคึกครื้น มีทั้งคนในครอบครัวและแขกเหรื่อที่แต่งกายดูดีมาเยี่ยมเยียน พวกเขากำลังคุยกับหลี่เจียเฟิ่งอย่างออกรสออกชาติ อันจิ่วเม่ยเดาว่านี่คงจะเป็นเพื่อนทหารหรือสหายเก่าสมัยรบอันจิ่วเม่ยไม่อยากเข้าไปรบกวน จึงตัดสินใจเดินไปหาคุณย่าที่กำลังนั่งคุยกับต้าห้วงอยู่ข้าง ๆ
ดูเหมือนวันนี้อารมณ์ของย่าจะดีเป็นพิเศษ พอเห็นหลานสาวเดินมา ก็ยิ้มรับอย่างเอ็นดู “จิ่วเม่ย หลานหิวรึเปล่า?”หญิงชราเอ่ยถามพลางเลื่อนจานขนมหวานมาวางตรงหน้าอันจิ่วเม่ย “มากินรองท้องก่อนเถอะ”“ไม่เป็นไรค่ะย่า หนูยังไม่หิว หนูอยู่ในห้องแล้วรู้สึกอึดอัด เลยออกมาสูดอากาศข้างนอกนิดหน่อย” อันจิ่วเม่ยตอบด้วยรอยยิ้มหลี่เจี