ันจิ่วเม่ยพยายามกลั้นไว้เอ่อล้นออกมาในที่สุด
ตลอดทางที่กลับมาหลังจดทะเบียนใคร ๆ ก็บอกว่าเธอโชคดีแค่ไหนที่ได้แต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งเหมือนบุญวาสนาหลายชาติที่ได้เป็นภรรยาเขาแต่สำหรับคุณย่าแล้วไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะดีเพียงใด สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความรู้สึกของหลานสาว“ย่าได้ยินมาว่าลูกชายคนที่สามของตระกูลหลี่เป็นทหาร เป็นคนมีมารยาท แต่นี่มันเรื่องอะไรกัน! อยากแต่งงานก็ไม่ให้เกียรติกันบ้างเลย ไม่หาแม่สื่อมาสู่ขอให้ถูกต้อง อยู่ ๆ ก็ลากหลานไปจดทะเบียนสมบรสแล้ว นี่มันไม่ดูถูกกันเกินไปหน่อยเหรอ? คิดว่าบ้านเราไม่มีใครกล้าต่อว่าพวกเขาหรือยังไง!”หญิงชราตวาดอย่างโมโหเธอรู้สึกว่าหลานสาวสุดที่รักถูกเอาเปรียบ น ้าตาที่ไหลรินอาบแก้มเป็นเครื่องยืนยันถึงความเสียใจที่เอ่อล้นอยู่เต็มอกอันจิ่วเม่ยเห็นสีหน้าที่เจ็บปวดของคุณย่าก็รีบสวมกอดเบาๆพลางเอ่ยปลอบอย่างใจเย็น “คุณย่า…ไม่มีใครบังคับหนูหรอกนะคะคุณย่าสบายใจได้ คนที่เสียหายจริง ๆ คือหลี่เจียเฟิ่งต่างหาก หนูมัดมือชกให้เขามาแต่งงานกับหนู”อันจิ่วเม่ยเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันในคืนนั้นโดยที่เธอไม่ได้เล่าทั้งหมดเพื่อให้คุณย่าสบายใจ อีกทั้งยังพยายาม
เล่าถึงข้อดีของหลี่เจียเฟิ่ง เช่น การพาเธอไปจดทะเบียนสมรส การซื้อข้าวของให้ และการให้เงินเธอแม้ว่าหลานสาวจะไม่ได้เล่ารายละเอียดมากแต่ด้วยประสบการณ์ชีวิตคุณย่าก็พอจะเดาได้ว่า หลานสาวต้องเจอกับเรื่องร