”
ยิ่งไปกว่านั้นในใจเขาคิดว่า ไม่อยากอยู่ทีมเดียวกับเฝ่ยไป๋ลู่
เธอเป็นคนคาดเดาไม่ได้ และทำให้ผู้คนหวาดกลัว
“เรื่องนี้คุยกันเป็นการส่วนตัวแล้วงั้นเหรอ? ทำไมฉันไม่รู้ว่าพวกนายจัดการไปแล้ว?” กานว่างขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “เสี่ยวเซียวเธอเพิ่งเข้าสู่ลัทธิเต๋า งานแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าอันตรายขนาดนี้เธอจะไปเข้าร่วมสนุกหรือไง? ไม่ได้ทำตัวก่อกวนไร้สาระกันใช่ไหม?”
เจียงชิงกลอกตา รู้สึกผิดมากในใจ
เรื่องนี้พวกเขาคุยกันลับหลังโดยไม่ได้บอกกานว่างจริง ๆ นั่นแหละ เพราะรู้ว่าเขาจะไม่มีทางเห็นด้วยกับการเข้าร่วมแข่งขันของพี่เสี่ยวเซียว
แต่ว่า…เจียงชิงเม้มปากแล้วพูดอย่างดื้อรั้นว่า “มันไม่ใช่แค่การร่วมสนุกเท่านั้น! พี่เสี่ยวเซียวฝึกฝนอย่างหนักเพื่องานแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋า ไม่แน่อาจจะเก่งกว่าคนที่รู้จักแต่ศาสตร์โหงวเฮ้งมากก็ได้!” เขาหันมองเฝ่ยไป๋ลู่ทันที
กานว่างโกรธมาก การเคลื่อนไหวของเขาส่งผลไปถึงบาดแผล ทันใดนั้นก็เจ็บปวดจนหน้าซีด
ความเจ็บปวดบนบาดแผลทำให้เขานึกถึงความเมตตาของเฝ่ยไป๋ลู่ที่มีต่อเขา แต่ศิษย์น้องของเขากลับล่วงเกินเฝ่ยไป่ลู่ซ้ำ ๆ สิ่งนี้มันทำให้เขาทั้งโกรธทั้งรู้สึกผิด
หลังจากแยกแยะข้อมูลตามคำพูดของศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนนี้แล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ที่ไม่เคยพูดแทรกมาตลอดก็ยกริมฝีปากขึ้น “เรื่องนี้จัดการได้ง่ายมากเลยนะ…”
เธอมองไปทางเจียงชิง ดวงตาสีดำขาวชัดเจนมีรอยยิ้มสดใส แต่รอยยิ้มกลับอยู่ตรงส่ว