น้านี้ของเขาถูกบดขยี้ลง และเขาก็มีลางสังหรณ์ว่าหากเขาตอบพลาดไป เขาก็อาจจะลงเอยด้วยจุดจบที่ไม่ดี
เขารู้ซึ้งเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าเขาอาจจะคิดผิดไป แต่ดวงตาของราชินีคนนี้ดูเหมือนจะมีประกายสายฟ้าปะทุออกมา
“บางคนยอมเสี่ยงชีวิตตัวเอง และยอมแลกชีวิตตัวเองโดยไม่ได้รับการยอมรับใดๆ สำหรับการที่เป็นชาวโลกเหมือนกันแล้ว ทำไมคุณถึงได้เอาแต่ห่วงถึงความปลอดภัยของตัวเองกันล่ะ!?”
“มะ มันไม่ใช่แบบนั้นนะ…”
“ไม่งั้นหรอ!?”
ชายคนนั้นได้ผงะถอยไปกับเสียงตะโกนนี้ เสียงตะโกนถึงขนาดทำให้หูเขาอื้อขึ้นมา
“ทั้งๆที่เทพทั้งเจ็ดได้นำพวกคุณทุกคนมาที่นี่ด้วยเป้าหมายในการช่วยพาราไดซ์…”
ชาล็อต อาเรียได้สูดหายใจก่อนจะพูดต่อ
“ชาวโลกมีหน้าที่ต้องต่อสู้กับปรสิตที่ทำลายสมดุลของโลกใบนี้ นี่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชาวโลกทุกๆคนที่เข้ามาในพาราไดซ์ต้องแบบรับไว้ นี่ฉันพูดผิดไปหรือเปล่า?”
“…”
“ฉันกำลังถามว่าฉันพูดผิดไปหรือเปล่า!”
ชาล็อต อาเรียคำรามขึ้นอีกครั้ง
ชายคนนั้นรีบโบกมือปฏิเสธออกมา
“ผะ ผมไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะครับ ท่านพูดถูกครับ เพียงแค่ว่าสงครามนี้เป็นของสหพันธรัฐ?”
“เพียงแค่งั้นหรอ?”
สีหน้าชาล็อต อาเรียได้บิดเบี้ยวไปอย่างกระทันหันง
“นี่เป็นสงครามของสหพันธรัฐงั้นหรอ?”
เมื่อเธอได้ทวนคำซ้ำอีกครั้ง ชายคนนั้นก็เงียบลงไป
“นี่คุณไม่รู้อะไรเลยงั้นหรอ? หรือว่าคุณกำลังถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้วกันล่ะ?… คงจะเป็นอย่างหลังสินะ”