ดคลุมอยู่
เธอได้เดินออกมาจากตรอก โดยยืนอยู่ตรงจุดที่ซอลจีฮูกับคาซุกิคุยกันก่อนหน้านี้เงียบๆ เธอขยับปากไปมาเหมือนกับกำลังเสียใจ แต่ก็ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากเลย
เธอได้ทำเรื่องไร้ความหมายนี้อยู่หลายครั้งก่อนจะหันหน้ากลับไปโดยที่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร สถานที่ที่หญิงสาวไหล่ตกคนนี้มุ่งหน้าไปก็คือที่วัง
“ไปส่งพวกเขามาหรอครับ?”
ทันทีที่เธอแอบเข้ามาในทางลับผ่านสวนที่มีแค่เธอรู้ น้ำเสียงแก่ชราก็ดังขึ้น
หญิงสาวได้ผงะไปก่อนจะเห็นชายชรากำลังยืนนิ่งอยู่ข้างทางเท้า
“กะ กูนีร์”
“ไปคุยกับตัวแทนซอลมาสินะครับ?”
หญิงชาว ชาล็อต อาเรียได้กุมหัวเอาไว้
ซอกกูนีร์ที่เดาคำตอบได้จากความลังเลของเธอก็ได้แต่เดาะลิ้นออกมา
“อย่างน้อยถ้าได้กล่าวลาก็คงจะดีนะครับ”
น้ำเสียงของเขาดูไม่ดีเหมือนคำพูดเลย เขาห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ
แน่นอนว่าราชินีไม่ได้มีภาระหน้าที่ที่ต้องไปส่งพวกเขาออกไปจากเมืองในทุกๆครั้ง
ยังไงก็ตามคราวนี้มันไม่ใช่ภารกิจทั่วไป แต่มันคือสงครามจริงที่มีฉากหน้าเป็นภารกิจ พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปอาณาจักรภูติโดยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยทั้งพาราไดซ์
ดังนั้นแล้วการที่ได้เห็นราชินีขังตัวเองอยู่ในห้องมันทำให้เขาไม่อาจจะมองเธอในแง่ดีได้เลย…
“แต่ว่า…”
หลังจากเงียบอยู่นาน ในที่สุดชาล็อต อาเรียที่ลังเลอยู่ก็พูดขึ้น
“หากว่าฉันบอกให้พวกเขากลับมาอย่างปลอดภัย… กลับมาพร้อมความสำเร็จ… แต่หากมันมีอะไรเกิดขึ้นอีกล่ะ…”
“ครับ?”