ชูสามนิ้วขึ้นมาก่อนจะหุบนิ้วนางลงไป
“อย่างแรกพี่กำลังทำเรื่องดีอยู่ การช่วยพี่ก็จะเท่ากับฉันสร้างบุญให้ตัวเอง เพราะงั้นนี่ก็เป็นข้อดี”
หลังจากตอบกลับมาเหมือนหมอผีแล้ว เธอก็หุบนิ้วกลางต่อ
“อย่างที่สองพี่เคยช่วยชีวิตฉันกับพี่ฉันเอาไว้ในงานจัดเลี้ยง เป็นผู้มีพระคุณของฉัน และสุดท้าย…”
เธอได้หุบนิ้วชี้ลงด้วยรอยยิ้มหวาน
“ฉันใจดี”
จากนั้นเธอใช้นิ้วจิ้มแก้มตัวเองอีกครั้ง และยิ้มเขิน
ซอลจีฮูได้กลายเป็นพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็รีบยิ้มตอบกลับไป
‘น่ายินดีจริงๆ’
ซอลจีฮูได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจที่ได้ยินว่าเด็กสาวจะยอมช่วยเขา ต่อจากนั้นเขาก็หันไปมองชายร่างใหญ่ที่ยืนพิงกำแพงอยู่เงียบๆ ซอลจีฮูคิดว่าเขาจะพูดขัดอย่างน้อยสักครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ยังเงียบอยู่
“ไม่เป็นไรใช่ไหมพี่ชาย?”
เมื่อเด็กสาวหันกลับไปหาชายร่างใหญ่ เขาก็เงยหน้าขึ้น และเปิดปากพูดออกมา
“ต่อให้พี่บอกว่าไม่ เธอก็จะไปอยู่ดีนี่”
“ค่ะ”
“เอาเถอะ… มันไม่สำคัญหรอก เราก็ได้วางแผนกันว่าจะลองสักครั้งอยู่แล้ว ที่ต่างก็แค่เวลาเท่านั้นเอง”
สีหน้าซอลจีฮูสดใสมากขึ้น ยังไงก็ตามชายร่างใหญ่ยังพูดไม่จบ
“แต่ว่าพี่ขอเพิ่มเงื่อนไขอีกหน่อย”
“พี่”
“ฟังให้จบก่อน ในเมื่อเขามีคำขอเดียวกันกับนักเวทย์ พี่ก็คิดคิดจะให้เงื่อนไขเดียวกัน”
“ก็ได้ค่ะ เอาเลย”
ซอลจีฮูพยักหน้าออกมา นี่ก็ดีกับเขาเหมือนกัน
ชายร่างใหญ่ได้หันหน้ามาหาเขา
“ผมจะพูดตรงๆนะ ผมมีอยู่สองเงื่อนไข”
“ค