าตกรจะค่อยๆเพิ่มขึ้นในทุกๆครั้งที่พวกเขาฆ่าฆาตกรลงไป
หากเป็นแบบนี้
ในที่สุดแล้วซอลจีฮูก็ตัดสินใจหลังจากคิดอย่างหนัก
“มันก็ดีนะ ผมคิดว่าอย่างน้อยมันก็คุ้มค่าที่จะลองดู”
บางทีพวกเขาอาจจะเจอความลับที่ซ่อนอยู่แล้วจริงๆ หากว่าอึนยูริพูดถูก ส่วนที่เหลือของบทฝึกสอนก็จะกลายเป็นง่ายขึ้นมาก เขาได้เริ่มมีพลังขึ้นมา
ซอลจีฮูยิ้มสดใส และพูดขึ้น
“ในเมื่อเรามีสิ่งที่ต้องทำแล้ว เราควรจะเริ่มกันเลยไหม?”
“ค่ะ”
เมื่อทั้งสองคนได้ลุกขึ้นยืนพร้อมๆกัน
ตึง ตึง ตึง ตึง!
ทันใดนั้นจู่ๆพวกเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
ซอลจีฮูกับอึนยูริได้รีบหันไปมองที่ประตูหน้า ก่อนที่จะค่อยๆหันกลับมามองหน้ากัน
แกร๊ก แกร๊ก!
พวกเขากระทั่งได้ยินเสียงคนพยายามเปิดประตูอีกด้วย ดูเหมือนว่าคนๆนั้นจะกำลังรีบมากด้วย
เมื่อซอลจีฮูได้ส่งสัญญาณให้อึนยูริเงียบเอาไว้แล้ว เธอก็พยักหน้าออกมา
ซอลจีฮูได้ค่อยๆเดินไปทางประตูหน้าด้วยความเงียบที่สุดเท่าที่ทำได้
“…”
เขาจินตนาการไปเองหรือเปล่านะที่ได้ยินเสียงแผ่วเบาจากด้านนอกประตู?
เป็นสีเขียว แต่ว่า..
ซอลจีฮูได้แนบหูกับประตูอย่างแผ่วเบา
“ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!”
เป็นเสียงที่กำลังดิ้นรนอยู่
“ใครก็ที่อยู่ด้านใน ช่วยฉันด้วย”
น้ำเสียงของเขาดังขึ้นและขาดหายไปเป็นช่วงๆ ดูจากลมหายใจที่สั้นถี่แล้ว ชายคนนี้ดูเหมือนจะกำลังจะตาย
มันอาจจะเป็นไปได้ที่ฆาตกรหลอกเลียนเสียงผู้รอดชีวิต ไม่สิ เดี๋ยวก่อนนะ
ต่อให้เป็นฆาตกรก็ไ