ไหมล่ะกลีบดอกไม้?”
[ค่ะ ท่านโรเซร่า]
หนึ่งในกลีบดอกไม้ที่ลอยไปมาได้พูดจริงๆ ซอลจีฮูถึงกลับตกใจตัวโยน
[แต่ว่าฉันก็ทำอะไรไม่ได้ค่ะ ฉันเป็นแค่กลีบดอกไม้เล็กๆ จะสบถสักหน่อยไม่ได้หรอ!?]
จู่ๆระหว่างพูดกลีบร้องไม้ก็กรีดร้องออกมา และลอยหายไป
[อ๊ากกกกก อ๊ากกกกกก แข็งแกร่งเกินไป!]
ซอลจีฮูได้มองดูกลีบดอกไม้ที่ถูกฉีกเป้นชิ้นๆท่ามกลางสายลม จากนั้นเขาก็หลุดจากความสับสนเมื่อได้ยินเสียงกระแอ่มของโรเซร่า
“อะแฮ่ม ยังไงก็ตามมันก็ไม่ได้แย่นักหรอก”
เขารู้สึกเหมือนกับโรเซร่าพยายามจะเปลี่ยนเรื่อง และเขาก็ยินดีที่จะทำตามนั้น
“หากว่าฉันมีชีวิตอยู่ในยุคเดียวกับเด็กนั่น ฉันก็คงไม่มีเวลาไปทำความรู้จักกับเธอ พรสวรรค์ของเธอเป็นอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ และเมื่อตัดสินจากความพูดมากของเธอแล้ว เธอดูจะมีสมาธิดีเหมือนกัน”
‘นี่มันไม่ใช่การดูถูกหรอกหรอ…’ ซอลจีฮูได้ยิ้มแห้งๆออกมา
“แล้วคุยกันเป็นไปด้วยดีไหมครับ?”
“หากว่ามันเป็นไปด้วยดีฉันจะพูดแบบนี้ไหมล่ะ?”
น้ำเสียงเธอฟังดูเป็นศัตรูแปลกๆ โรเซร่าได้กดหน้าผาก จากนั้นก็ส่ายหัวออกมา
“ขออภัยด้วย ฉันไม่ควรมาโกรธคุณซอลจีฮูแบบนี้เลย แต่ก็แค่การคิดเรื่องเธอมันทำให้ฉันจะบ้า…”
ในอีกด้านหนึ่งซอลจีฮูก็รู้สึกถึงชาล็อต อาเรีย ในเมื่อโรเซร่าได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาเป็นร้อยปี เธอก็ควรที่จะกระหายอยากพูดคุยกับมนุษย์เช่นกัน เพราะงั้นแล้วการทำให้เธอเสียการควบคุม และมีท่าทีแบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จ