ด้ทำให้โฟลนรู้สึกท้อแท้จริงมา แต่ว่าเธอก็ได้เลือกหลับตาอดทนกับมันอยู่สักพัก
[ฟู่… มาเริ่มนับคนกันก่อนแล้วกัน]
[เอาล่ะ มีทั้งหมดสิบสี่คน แล้วตอนนี้มีอยู่สิบสอง… อะไรนะ หายไปไหนสองคน? ทำไมฉันไม่เห็นอีกสองคน?]
[อะไร? ไปห้องน้ำงั้นหรอ?]
[อย่ามาล้อฉันเล่นนะ? นี่พวกแกยังคิดว่าเป็นมนุษย์อยู่อีกหรอ?]
วิญญาณที่มีโครงร่างใหญ่สุดในที่แห่งทำอะไรไม่ถูกทันทีที่ถูกโฟลนตะโกนใส่
[ว้าว… นี่มันแย่มาก!]
โฟลนได้ก้มหน้าลง และส่ายหัวอย่างไม่พอใจ
วิญญาณได้สะดุ้งเฮือกขึ้น
พวกเขารู้นับตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกแล้ว เมื่อไหร่ที่เธอพูดว่า “แย่มาก’ เธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้พวกเขาได้สบาย
และโฟลนได้ยกมือเท้าเอวทั้งๆที่ก้มหัวอยู่อยางที่คาดไว้ จากนั้นเธอก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน
[วันนี้ฉันโฟลนรู้สึกผิดหวังกับพวกแกมากๆ]
[ฉันรู้ว่าพวกแกไม่อยากจะได้ยินคำนี้ แต่ว่าแค่รักษามารยาทพื้นฐานกันก็ไม่ได้งั้นหรอ? พวกแกทุกคนไม่มีศักยภาพในการทำแบบนี้เลยหรอ?]
[ฉันก็ไม่ได้หวังอะไรมากเลยนะ แค่รายงานตัวกับฉัน แล้วก็อยู่นิ่งๆ ฉันไม่ได้หวังให้พวกแกพัฒนาตัวเอง แต่ว่าอย่างน้อยก็แค่มาเจอฉันตรงกลางเท่านั้นเอง นี่ฉันผิดงั้นหรอ?]
[ไม่เลย ฉันไม่ได้บอกว่าไม่ให้พวกแกเล่นกัน แต่ถ้าพวกแกกินอะไรอย่างน้อยก็ช่วยทำความสะอาด แล้วก็เปิดหน้าต่างระบายอากาศสักหน่อยไม่ได้เลยหรอ? ค่อยพักหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็ได้นี่]
เธอได้คุยโม้เรื่องการเปลี่ยนทัศนี