านรับฝากรถม้าก่อน เจ้าอยากจะกินอะไรค่อยว่ากัน” จือฉีตอบกลับแต่แล้ว “พี่ใหญ่ ท่านมีเงินอย่างนั้นเหรอ” คำถามนี้ของหนิงอันทำให้ผู้เป็นพี่ถึงกับนิ่งงันไปในทันที “น้องเล็กแม้พี่จะไม่ถึงกับรํ่ารวยแต่ก็ยังพอมีเลี้ยงขนมพวกเจ้า” จือฉีตอบเสียงอ่อย241
ครั้นแล้วสองเด็กชายวัยสิบหกก็มองหน้ากันพร้อมถอนหายใจออกมา “พี่ใหญ่ท่านมีเงินอยู่เท่าไหร่” มู่เทากระซิบถามผู้ที่นั่งอยู่ข้างกันเสียงเบาจือฉีจึงได้ดึงถุงเงินที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา “เจ้าลองนับดูสิ” เขาส่งให้มู่เทาทั้งถุงผู้เป็นน้องรองแบมือเทเงินที่อยู่ในนั้นออกมานับ “ยี่สิบอีแปะ” เสียงของมู่เทาดังอย่างลืมตัว“เบาเสียงหน่อยสิ” จือฉีติง แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้วเพราะได้มีเสียงเล็ก ๆ เอ่ยถามเขาออกมา “พี่ใหญ่ค่าฝากรถม้าราคาเท่าไหร่เจ้าคะ” อันอันรู้สึกเศร้าใจกับเงินของผู้เป็นพี่“ห้าอีแปะรวมให้นํ้ากับหญ้าแห้ง” จือฉีตอบตามตรงจากนั้นเขาก็มองเงินที่เหลืออยู่อย่างเศร้าใจ “ท่านอย่าได้คิดมากข้าสามารถช่วยท่านหาเงินได้” อันอันพูดขึ้นหลังจากได้ยินนํ้าเสียงอันเหงาหงอยของเขาเด็กชายทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่ยงฮ่าวจะพูดออกมาอีก “พี่ใหญ่ข้าไม่หิวแล้วท่านเก็บเงินเอาไว้เถอะ แค่พาพวกเราเดินเที่ยวก็พอ”242
คำพูดของน้องสี่ยิ่งทำให้ผู้เป็นพี่ใหญ่ของน้อง ๆ มีใบหน้าเศร้าลงไปอีก “พี่สี่ท่านเชื่อสิว่าข้าสามารถหาเงินได้” อันอันพูดยืนยันออกมาอีกแม้ว่าพี่ทั้งสี่จะไม่รู้ว่าน้องสาวจะห