ียด้วย” ผู้เป็นแม่กล่าวเตือนบุตรชาย และอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความน่ารักของเด็กหญิง“พี่สะใภ้เป็นข้าทำให้พวกท่านลำบากแล้ว” นํ้าเสียงอันอ่อนโยนของหยวนฟานเอ่ยออกมาอย่างกระดากอาย“ในเมื่อเจ้าเรียกข้าว่าพี่สะใภ้กระนั้นก็อย่าได้เกรงใจ ข้าเต็มใจที่จะยกห้องนอนให้กับพวกเจ้า ดังนั้นจงอยู่ให้สบายเถอะ”นํ้าเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความยินดีเช่นเดียวกับใบหน้าทำให้คนในครอบครัวหยูพากันซาบซึ้งในความมีนํ้าใจอันหาได้ยากในภาวะที่แต่ละครอบครัวต่างตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นหมู่บ้านแห่งนี้หยูเจียงเมื่อเห็นว่าลูกและแม่รวมถึงภรรยามีที่ให้หลับนอน ตัวเขาจึงได้หันมาสนทนากับอานไท่เพื่อปรึกษาในเรื่องของที่ดินสำหรับการปลูกเรือนของตนต่อ110
“ท่านอาไม่ทราบว่ามีที่ดินตรงไหนที่กว้างมากพอให้ปลูกเรือนอยู่ในบริเวณเดียวกันได้ห้าหลังหรือไม่ เนื่องจากคนในครอบครัวของข้ามีเยอะ” ถ้อยคำของชายหนุ่มทำให้อานไท่มีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะโพล่งออกมา“มีที่ดินบริเวณเชิงเขา ทั่วทั้งบริเวณนั้นไม่มีบ้านเรือนของใครปลูกอาศัยอีกทั้งยังกว้างมาก ราคาก็ถูกกว่าที่อื่นแต่ติดตรงที่ว่ามันใกล้ชายป่ามากเกินไป ข้าเกรงว่าอาจจะมีสัตว์ร้ายลงมาจากเขาเพื่อมาทำร้ายพวกเจ้านะสิ” อานไท่ตอบตามจริงยงเผยได้ยินคำกล่าวของชายวัยกลางคนเขาจึงได้หันหน้าไปมองภรรยากับลูกชาย “เรือนของพวกเจ้าอยู่ที่ไหน”คำถามอันตรงไปตรงมานี้ทำให้หมิงจูมองเขาสายตามีคำถามเช่นกันทว่าหญิงส