พวกท่านเป็นญาติหาได้เป็นบ่าวไม่ ดังนั้นหากพวกท่านอยากจะตั้งตัวข้าก็พร้อมยินดีจะสนับสนุน” หยูเจียงอธิบายออกมายืดยาวบ่าวชายหญิงก็นํ้าตาคลอหน่วยออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขากลับเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ“พวกบ่าวหาได้อยากแยกตัวเจ้าค่ะ ที่คิดเรื่องขายของก็เพียงเพื่อหวังจะแบ่งเบาภาระของพวกท่านเท่านั้น” นางป๋ายบอกเล่าความรู้สึกตน116
ความผูกพันระหว่างนายบ่าว ทำให้ครอบครัวอานรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากเนื่องจากพวกเขาไม่เคยเจอคนที่ดีกับบ่าวรับใช้ของตนเช่นนี้มาก่อนเจ้าบ้านจึงไม่ยั้งความสงสัยของตนอีกต่อไปเขาจึงใช้คำพูดสุภาพกับหยูเจียงถามในสิ่งที่อยากรู้“นายท่านหยูแท้จริงแล้วท่านเป็นใครกันแน่ขอรับ”หยูเจียงบ่ายหน้ามาทางชายวัยกลางคนยกยิ้มบางพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างสุภาพเช่นเดียวกัน “ท่านอาอย่าได้เรียกข้าว่านายท่านเลยเรียกข้าว่าเสี่ยวเจียงเถอะเรียนท่านอาตามตรง ตัวข้านั้นเคยเป็นเสนาบดีสำนักตรวจราชการมาก่อน แต่เนื่องจากตอนนี้ได้ลาออกจากราชสำนักแล้วดังนั้นจึงเป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องการมาตั้งถิ่นฐานใหม่เพียงเท่านั้น” คำพูดของหยูเจียงทำให้เกิดสายฟ้าฝาดกลางศีรษะของคนครอบครัวอานทั้งหมด117
“ทะ..ท่านเป็นขุนนางอย่างนั้นเหรอ โปรดอภัยให้พวกเราด้วย หากทำสิ่งใดที่ตีตนเสมอไปอย่างไม่รู้ตัว” อานไท่กับครอบครัวกำลังจะก้มหัวลงทว่าได้ถูกเสียงของหยูเจียงเอ่ยห้ามไว้
“ท่านอาข้าลาออกแล้วขอรับ นับตั้งแต่ต่อไปนี้ข้าเป็นเพียงบัณฑ