้งทุกหย่อมหญ้า
“ในเมื่อเจ้าจะมาอยู่ที่นี่แล้วข้าจะบอกตามตรงก็แล้วกันเผื่อว่าเจ้าคิดจะเปลี่ยนใจ ย้ายไปอยู่ที่อื่นที่เจริญมากกว่านี้”คำพูดของโปชงได้ทำให้ผู้ที่เดินมาด้วยกันอีกสามสี่คนต่างพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง
“หมู่บ้านแห่งนี้ชื่อว่าไหลชุน แม้ว่าจะใกล้เมืองกว่าหมู่บ้านอื่น แต่ทว่าพื้นดินกลับแตกระแหงอย่างที่เจ้าเห็น นํ้าในแม่นํ้าก็มีไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกซึ่งเรื่องนี้พวกข้ากับหัวหน้าหมู่บ้านก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดดังนั้นในตอนนี้หมู่บ้านแห่งนี้จึงเกือบจะกลายเป็นหมู่บ้านร้างเลยก็ว่าได้ เพราะเหลือผู้คนอาศัยอยู่เพียงสามสิบกว่าครัวเรือนเท่านั้นอาชีพส่วนใหญ่ก็ขึ้นเขา ล่าสัตว์ เก็บผักป่า ขุดหาสมุนไพรไปขายซึ่งเรื่องนี้ถือว่ายังเป็นโชคดีของคนในหมู่บ้านอยู่บ้าง หากไม่มีป่า68
อันอุดมสมบูรณ์แล้วละก็พวกเราคงได้อดตายไปนานแล้ว” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยความเศร้า
เด็กหนุ่มวัยสิบหกอดที่จะเอ่ยถามอย่างสงสัยไม่ได้จึงได้โพล่งออกมา “แล้วเหตุใดพวกท่านถึงยังอยู่ที่นี่กันละขอรับ”
“จือฉี!” ยงเผยตวาดเขาเสียงดุ ทำให้เด็กหนุ่มหน้าจ๋อยคอหดลงถนัดตาทำให้สหายอีกคนยิ้มขำให้กับท่าทางของเขา
“ไม่ใช่ว่าไม่อยากย้าย แต่ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไม่น้อย อีกอย่างหากย้ายไปพวกข้าก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนจำต้องอยู่ที่นี่กันตามประสา แม้ว่าที่นี่จะอยากจน ทว่านํ้ามิตรนั้นพวกข้ามีให้เต็มเปี่ยมหากว่าพวกเจ้าได้อยู่ที่นี่จริง ๆ ก็จะได้รู้