ื่องอันใดอย่างนั้นหรือ” อานไท่รีบกล่าวอย่างเกรงใจเนื่องจากเขาคิดว่าคนกลุ่มนี้จะต้องเป็นผู้รํ่ารวยมาจากไหนอย่างแน่นอน ดังนั้นอย่าได้ทำให้ขุ่นเคืองจะดีกว่า“ท่านอาเรียกข้าว่าเสี่ยวหยูหรือเสี่ยวเจียงเถอะ ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่ออยากจะสอบถามหากว่าข้าต้องการจะซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยว่าควรทำอย่างไร” ชายหนุ่มกล่าวตรงไปตรงมาสีหน้าไร้แววล้อเล่น“ยะ..อยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอ” อานไท่ย้อนถามสีหน้าตื่นตะลึงคล้ายไม่อยากเชื่อ ในใจนั้นก็คิดว่า ‘เจ้าไม่เห็นสภาพหมู่บ้านของข้าหรือถึงได้พูดเช่นนี้’“ขอรับ” หยูเจียงพยักหน้าอีกครั้ง71
ในขณะที่พวกเขากำลังยืนสนทนากันอยู่ นํ้าเสียงเล็กสายหนึ่งก็เอ่ยทักชายวัยกลางคนทั้งหลายที่ยืนอยู่อย่างน่ารักน่าชัง“คารวะท่านลุงทุกท่านเจ้าคะ ข้าน้อยเป็นบุตรของท่านพ่อหยูเจียงมีนามว่าหนิงอัน ท่านลุงจะเรียกข้าว่าอันอันหรือเสี่ยวอันก็ได้” เด็กหญิงค้อมตัวคารวะคนรอบทิศด้วยใบหน้ายิ้มกว้างการปรากฏตัวของเด็กหญิงตัวเล็กได้นำพาให้ผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนรวมถึงชายอีกสี่คนรู้สึกตื่นตะลึงเนื่องจากพวกเขาไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีลูกน้อยติดตามมาด้วย“ข้าเสียมารยาทแล้ว เจ้ามีครอบครัวมาด้วยก็ไม่บอก แม่หนูตัวเล็กคงจะหนาวแย่ดูหน้าน้อย ๆ นั่นสิแดงกํ่าไปหมดแล้ว มาขอเชิญเข้าบ้านก่อน เสี่ยวหม่านเจ้าอยู่ไหนรีบต้มนํ้านำมาให้แขกกินเร็วเข้า” หัวหน้าหมู่บ้านรีบเชื้อเชิญคนกลุ่มนี้อย่างกระตือรือร้นความคลางแคลงใจที่มีอยู