งไม่เคยขี่ม้ามาก่อน
“ดูท่าทางบุตรของเจ้าจะชอบการขี่ม้านะ” อานไท่ผู้อยู่บนหลังม้าเช่นเดียวกันเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอย่างเอ็นดู
หมู่บ้านแห่งนี้มีเขาบ้านเดียวที่มีม้า แต่กว่าจะได้ม้าตัวนี้มาก็ใช้เงินไปไม่น้อยทีเดียวแต่เพื่อความสะดวกในการเข้าเมืองทำให้ต้องตัดใจซื้อ
อานไท่พาคนครอบครัวหยูที่ตามมาด้วยอีกสองคนคือพ่อบ้านรุ่ย กับยงเผยขี่ม้าช้า ๆ มายังที่ดินแปลงแรกซึ่งอยู่ในหมู่บ้าน77
ที่ดินแปลงนี้มีเรือนร้างในสภาพไม้ผุพังอยู่หนึ่งหลังด้านข้างทั้งสองด้านขนาบด้วยบ้านไม้ในสภาพดีกว่าเพียงเล็กน้อย
“เสี่ยวไท่ เจ้าพาใครมาอย่างนั้นเหรอ” เสียงแหบของชายชราผู้กำลังนั่งสูบยาอยู่หน้าบ้านถามหัวหน้าหมู่บ้านเสียงดัง
อานไท่ทำเพียงยิ้มตอบให้เขาก่อนตอบไปตามความจริง“พานายท่านผู้นี้มาดูที่ดิน ว่าแต่วันนี้ผู้เฒ่าไม่เข้าป่าหรือขอรับ”พร้อมกับย้อนถามชายชราออกมาอย่างสงสัย
ชายชราหลังได้ยินคำตอบของหัวหน้าหมู่บ้าน เขาก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปจากยิ้มแย้มกลายเป็นบึ้งตึง และหาได้ตอบคำถามของอานไท่ไม่ทว่าเขากลับพูดอีกเรื่องออกมาแทน“อานไท่! นี่เจ้ากล้าหลอกให้คนมาซื้อที่ดินอย่างนั้นเหรอวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนพ่อผู้จากไปเร็ว ไม่อย่างนั้นหมู่บ้านไหลชุนของเราจะเอาหน้าไปไว้ไหน” ชายชราคนนั้นพูดขึ้นเสียงดังพร้อมกับลุกเดินเข้ามาหาหัวหน้าหมู่บ้านอย่างเอาเรื่อง“ผู้เฒ่าใจเย็น ๆ ขอรับ ข้าไม่ได้หลอกใครนะ ไม่เชื่อลองถามพวกเขาได้เลย” ชายวัยกลางคนรีบป