งลั่น จนนางและบ่าวรับใช้พากันตัวสั่นอย่างครั่นคร้าม“เจ้ารีบมาช่วยข้าเร็ว” หญิงสาวจึงได้รู้สึกตัวหลังจากที่นางและบ่าวรับใช้จัดการเช็ดตัวรวมถึงเปลี่ยนชุดให้เด็กหญิงเรียบร้อย ก็ประจวบเหมาะมีหมอผู้เฒ่าท่านหนึ่งเดินตามเด็กรับใช้อีกคนเข้ามาพอดี8
หลังหมอชราตรวจอาการของเด็กหญิง เขาก็เขียนใบสั่งยาส่งให้ฮูหยินเจ้าของจวนจากนั้นก็รีบร้อนจากไป ‘เด็กคนนี้หากพ้นคืนนี้ก็รอด หากไม่เห็นทีคนผมขาวต้องส่งคนผมดำเสียแล้ว’ เขาคิดอย่างเสียดายทว่าหมอเฒ่าไม่คิดเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ออกมาแม้ครึ่งคำร่างกายน้อยผู้นอนอยู่บนเตียงตัวร้อนดั่งเปลวเพลิงใบหน้าเล็กแดงกํ่าผู้เป็นมารดาได้แต่คอยเช็ดตัว ป้อนยาสีหน้าแสดงความเศร้าหมองส่วนฮูหยินผู้เฒ่าก็มีสีหน้ายํ่าแย่ไม่แพ้กัน เนื่องจากเด็กน้อยเป็นหลานเพียงคนเดียวของตระกูลอีกทั้งในเวลาปกติเด็กหญิงก็ช่างเจรจา ออดอ้อนเก่งทำให้นางรู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อยทีเดียวท่ามกลางความเงียบ เสียงเปิดประตูห้องของเด็กน้อยก็ดังขึ้น พร้อมกับการมาของชายหนุ่มร่างผอมสูงผิวขาวใบหน้าหล่อเหลา9
“ท่านแม่ เสี่ยวอันเป็นยังไงบ้างขอรับ” นํ้าเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเช่นเดียวกับแววตาที่มองไปยังร่างเล็กของบุตรสาวผู้นอนไม่ได้สติ“ไข้ขึ้นสูง ยังไม่ฟื้นเลยช่วงนี้เป็นฤดูเหมันต์เจ้าก็รู้ นางพลัดตกลงไปในนํ้าอันเย็นจัดกว่าจะถูกช่วยขึ้นมา” หญิงชรากล่าวเสียงเนิบพลางถอนใจดวงตาเต็มไปด้วยความหม่นเศร้า“นางจะต้องไม่เป็นอะ