น้าของเจ้าตัวเต็มไปด้วยความสดใสดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวจากรอยยิ้มกว้างที่ไม่คิดปิดบัง3
“น้องชาย ของข้านี่นับวันยิ่งหล่อเหลาดูสง่างาม อีกไม่กี่ปีหญิงสาวในเมืองหลวงคงจะทิ้งผ้าเช็ดหน้าให้เจ้ากันไม่ว่างเว้นเป็นแน่” หนิงอัน ยกมือลูบคางกล่าวชม
“ท่านพูดอะไรนะขอรับ ตัวเองเป็นหญิงไม่ควรพูดจาเยี่ยงนี้นะ มันไม่งามอีกอย่างข้าเองก็ยังเด็กนัก” ผู้ถูกชมกล่าวติดขัดด้วยอาการเขินอายใบหน้าขึ้นสีตัดกับผิวขาวของเจ้าตัว
หนิงอัน จึงหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างเอ็นดูในความน่ารักของน้องชายผู้ที่มีความสูงเท่ากับตน
เช้าวันต่อมา หลังจากสองพี่น้องกินอาหารเรียบร้อย พวกเขาก็พากันไปตรวจกิจการร้านค้าดั่งเช่นทุกวัน
ซึ่งสถานที่แรกที่หนิงอันไปเยือนก็คือร้านขายสินค้าทุกสรรพสิ่งที่เด็กสาวนำแนวคิดจากซูเปอร์มาร์เก็ตยุคปัจจุบันมาใช้
ร้านค้าแห่งนี้เป็นร้านที่หมิงหมิงคอยดูแลมาตลอดและเป็นผู้เปิดเองตามที่พี่สาวเคยพูด
“ร้านของเราคนเยอะทีเดียว” หนิงอันพูดขึ้น ในขณะที่เจ้าตัวเดินเข้ามาภายร้านค้าสามชั้นแห่งนี้4
ในขณะที่นางกำลังกวาดตามองไปรอบด้านอยู่นั้นหลงจู๊ชายวัยกลางคนได้เดินเข้ามาทักทายคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม
คุณหนูหยู คุณชายหยูขอรับ” ชายวัยกลางคนผู้นี้ประสานมือค้อมตัวลงตํ่า
“ท่านหลงจู๊ฟู่ตามสบายเถอะเจ้าค่ะ/ขอรับ” ผู้เป็นนายทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน
โดยที่คนทั้งคู่นั้นหารู้ไม่ว่าตัวเองนั้นได้มีสายตามากมายพากันจับจ้องอย่างสงสัยระ