าเข้าไปหาผู้เป็นนายหลังจากเจ้าตัวหายจากอาการตกใจ603
“เจ็บ ข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าใช้กำลังภายในผลักข้าจนกระเด็น” อูยากุ้ยหรง พูดขึ้นอย่างแค้นเคือง
“ข้าเตือนท่านแล้ว ว่าให้ระวังคนผู้นี้เอาไว้ เป็นท่านที่หาเรื่องใส่ตัวเอง” ชายวัยกลางคนผู้มีตำแหน่งคนสนิทของเจ้าเหนือหัวประจำเผ่าพูดขึ้นก่อนที่เขากับผู้ติดตามจะเดินออกไป
ด้านหนิงอัน หลังจากที่เด็กสาวแยกกับเหลียนเซียวมู่ตงออกมาทางชายป่าในขณะนี้เจ้าตัวก็กำลังวิ่งเล่นอยู่กับสหายต่างเผ่าพันธุ์ด้วยความสนุกสนาน
‘อันอัน เจ้าพวกนี้อยากไปล่าสัตว์’ กุ้ยเฮย เป็นตัวแทนของสัตว์ร้ายทั้งเจ็ดพูดขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะ หากได้เนื้อมา ข้าจะนำมาทำหม้อไฟให้กิน” หลังจากได้ยินคำอนุญาตของนายหญิงหญิง สัตว์ทั้งเจ็ดก็วิ่งหายเข้าไปในป่าทันที
‘เฮยเฮย พวกเราเองก็กลับไปในค่ายกันเถอะ พี่มู่ตานคงกระวนกระวายใจแย่แล้วหากไม่เห็นข้า’
ระหว่างที่หนิงอันกำลังควบจงเซ่อเพื่อกลับเข้ามาในค่ายเจ้าตัวก็มองเห็นม้าสีนํ้าตาลแดงอันคุ้นตาโดยมีชายหนุ่มร่างสูง604
อยู่บนหลังของมัน “อันอัน” เหลียนเซียวมู่ตง ตะโกนเรียกชื่อนางก่อนที่เขาจะบังคับม้าให้มาเคียงข้างกับจงเซ่อ
“พี่ชาย ไม่คุยกับคนของทางนั้นหรือเจ้าคะ” เด็กสาวถามขึ้นอย่างสงสัย
“คุยแล้ว จบแล้วพวกนั้นเสนอมาแบบนี้….” เหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้นอย่างโมโห “เขาจะให้ ผู้หญิงคนนั้นแต่งกับใครหรือเจ้าคะ” ด้วยความอยากรู้อยากเห็นหนิงอันจึงได้ถามออกม