างสิ แล้วร่างของคนพวกนี้ท่านจะจัดการอย่างไร” หนิงอันหาได้พูดถ่อมตนกับเขาก่อนถามขึ้นอย่างสงสัย
“ส่งกลับไปให้พวกมัน” นํ้าเสียงของชายหนุ่มแฝงไปด้วยความเหี้ยมโหดเช่นเดียวกับกลิ่นอายที่แผ่ออกมา
เช้าวันต่อมา กลุ่มของหลินเจ๋ที่เดินทางออกจากป่ามาได้ก็มาพบกับกลุ่มของหลางจิ้นเฟย หลังจากทักทายกันเพียงเล็กน้อย เจ้าตัวก็ได้พากลุ่มคนไปยังที่เหลียนเซียวมู่ตงกับหนิงอัน572
รออยู่ และเมื่อพวกเขาเห็นร่องรอยการต่อสู้รวมถึงร่างไร้ลมหายใจของคนนับสิบ ทุกคนก็พากันตกใจ
หลางจิ้นเฟยจึงได้รีบถามกับคนทั้งสี่ออกมาอย่างเป็นห่วง โดยเฉพาะกับเด็กสาวผู้มีรูปร่างผอมบางดุจกิ่งหลิว
“อันเอ๋อ เจ้าปลอดภัยดีใช่หรือไม่”
“ข้าปลอดภัยดีเจ้าค่ะ” รอยยิ้มของหนิงอันทำให้ชายหนุ่มใจสั่นไหวอย่างประหลาด
“อะแฮ่ม! ข้าว่าพวกเราควรออกเดินทางเลยดีหรือไม่”เหลียนเซียวมู่ตงกล่าวเสียงห้วน
หลางจิ้นเฟย จึงได้คืนสติกลับมาก่อนที่จะไปทำตามคำสั่งของเขา คล้อยหลังของชายหนุ่มตระกูลหลางจากไปเหลียนเซียวมู่ตงจึงได้บ่ายหน้ามาทางเด็กสาวข้างกาย
“อันอัน ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นเจ้ายิ้มให้น้อย ๆ หน่อยก็ได้” คำพูดนี้ทำให้หนิงอันมองเขาด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
“ทำไม” เด็กสาวเอียงคอน้อย ๆ ถามขึ้นอย่างสงสัย573
“เพราะรอยยิ้มของเจ้าน่าเกลียดเป็นอย่างมาก ข้าเกรงว่าคนอื่นจะฝันร้าย หากอยากจะยิ้มก็ยิ้มให้ข้าคนเดียวก็พอ”เหลียนเซียวพูดก่อนจะเอามือไพล่หลังเดินจากไป
“รอยยิ้มของเจ้า