ู้คนไม่น้อย ทำให้ไม่มีใครกล้าเดินมาเฉียดใกล้พวกเขาแม้แต่รายเดียว
“เจ้านัดสหายเอาไว้ที่ไหน” เหลียนเซียวมู่ตงถามขึ้นกับเด็กสาวที่ตนเป็นผู้จูงม้าให้
“โรงเตี๊ยมของข้าสิเจ้าค่ะ” หนิงอันตอบเขาโดยที่ไม่ละสายตาจากโคมไฟมากมายที่ประดับประดาตามร้านรวงยามที่พวกของตนเดินผ่าน
(บรรยากาศเช่นนี้ ข้าไม่คิดว่าจะได้มาเห็นเลยจริง ๆนับว่าการย้อนกลับมาเกิดใหม่ในครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ซะทีเดียวเพราะมีทั้งครอบครัวที่อบอุ่น มีมิตรสหายที่ดี) เจ้าตัวคิด
สายลมของฤดูร้อนยามคํ่าคืนพัดมาอาบไล้ร่างกายของเจ้าตัวอย่างแผ่วเบา อีกทั้งแสงจันทร์ในวันนี้ก็ส่องแสงสว่างงดงามกว่าทุกวัน ในขณะที่หนิงอันกำลังแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยอารมณ์อันผ่อนคลาย
จู่ ๆ นางก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ “ช่วยด้วยเจ้าค่ะ คุณหนูของข้าหายไป ใครก็ได้ช่วยด้วย”452
“อาเจ๋ อู่หวี่พวกเจ้าไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น” เหลียนเซียวมู่ตงรีบสั่งคนของตน หนิงอันผู้อยู่บนหลังม้ารีบมองไปทางต้นเสียงก่อนที่จะกวาดตามองรอบ ๆ ตัวเช่นเดียวกับกุยเฮย
“อันอัน เจ้าเห็นสิ่งใดหรือไม่” ชายหนุ่มพูดไปในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็คอยจับบังเหียนของจงเซ่อไปด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ม้าเตลิด
“ตอนนี้ยะ…ข้าเห็นแล้ว เอ๊ะ! นั่นพี่สาวฮวานี่ แย่แล้ว! เจ้าสาม เจ้าสี่พวกเจ้าจำกลิ่นพี่สาวได้หรือไม่” คราแรกหนิงอันกำลังจะตอบว่ายัง แต่เมื่อนางมองเห็นร่างพี่สาวคนสนิทที่ถูกคนแบกขึ้นหลังจึงได้ถามกับหมาป่าทั้