ชราทั้งสอง ต่างพากันอมยิ้มให้กับภาพอันคุ้นตานี้ “ข้ามีให้ท่านทั้งคู่นั่นแหละเจ้าค่ะ ไม่ต้องทะเลาะกัน” หนิงอันเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเช่นเดียวกับทุกครั้ง
‘พวกเขานี่นับวันยิ่งทำตัวเหมือนเด็กนะเจ้าว่าหรือไม่ อันอัน’ กุยเฮยพูดขึ้นในขณะที่หนิงอันเดินมาหยิบไหสุราที่ตัวเองทดลองหมัก205
‘ธรรมดาของคนแก่กระมั้ง ข้าว่าเขาทั้งคู่คงจะเหงา พี่เจินซานก็หายเงียบไปตั้งนานไม่รู้ว่างานยุ่งหรืออย่างไร ถึงไม่ได้มาหาอาจารย์ปู่รองบ้างเลย’ หนิงอันพูดขึ้น ในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็นึกถึงพี่ชายผู้หายหน้าไปนานนับหลายเดือน
‘เจ้านั่นได้อันดับหนึ่งในการสอบไม่ใช่หรือ งานก็คงเยอะเป็นธรรมดานั่นแหละอีกทั้งยังต้องมาเจอกับเรื่องของภัยแล้งอีก’
‘นั่นสินะ ข้าขออวยพรให้เขาโชคดีก็แล้วกัน’ ผู้ที่ถูกหนิงอันกล่าวถึงกำลังปวดหัวกับรายงานที่เจ้าตัวกำลังอ่านเกี่ยวกับเมืองรอบนอกที่เจ้าเมืองพากันนิ่งเฉยเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้ง
“ท่านผู้ตรวจการจะจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรขอรับ”ผู้ติดตามของชายหนุ่มถามขึ้นสีหน้าวิตกกังวลแทนผู้เป็นนาย
“ข้าก็รายงานตามจริงนะสิ ในเมื่อคนพวกนั้นไม่เชื่ออีกทั้งยังเล่นละครตบตาพวกเราอีก หากเกิดเรื่องขึ้นจริงก็ให้พวกเขารับผลกรรมของตนไปก็แล้วกัน ส่วนชาวเมืองคงต้องหาวิธีช่วยเหลือหากเกิดเรื่องขึ้นจริง” ซุยเจิ้นซานพูดอย่างตรงไปตรงมา
ทว่าภายในใจนั้น เจ้าตัวก็ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้เรื่องร้ายเช่นนี้ไม่เกิดขึ้น กระนั้นคำเตือนนี้มาจากห