สัญญาณร้าย
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ยังไม่ทันหมดฤดูตงเทียนอุณหภูมิของสภาพโดยรอบทุกหนแห่งเริ่มร้อนขึ้นจนผู้คนเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติอย่างเช่นทุกครั้ง
กระนั้น ภายในเมืองแห่งหนึ่งห่างจากเมืองหลวงไม่มากเจ้าเมืองแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นผู้หนึ่งที่ไม่เชื่อคำเตือนของผู้เป็นใหญ่เนื่องจากถือว่าตนเองมีขุนนางเก่าแก่หนุนหลัง
รวมถึงนับตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้เจ้าตัวมีอายุเกือบห้าสิบเขายังไม่เคยประสบกับเหตุการณ์เกี่ยวกับภัยพิบัติมาก่อน แม้ว่าฝ่าบาทจะออกพระราชโองการถึงผลร้ายที่ตามมาหากคนผู้นั้นไม่เชื่อฟัง
ทว่าชายวัยกลางคนที่กำลังจะเข้าสู่วัยชราผู้นี้กลับคิดเย้ยหยันในใจ หาว่าเรื่องภัยแล้งนั้นเป็นเรื่องเหลวไหล
และไม่คิดจะทำตามคำแนะนำจนปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ อีกทั้งยังปิดหูปิดตาผู้คนในเมืองไม่ให้ใครพูดถึง192
หรือกระจายเรื่องเหล่านี้ออกไป ดังนั้นจึงมีผู้คนจำนวนมากยังคงใช้ชีวิตกันตามปกติ
ที่สำคัญก็คือเมืองแห่งนี้จัดได้ว่าเป็นแหล่งเกษตรกรรมสำคัญในเมืองหลวง เจ้าเมืองคนนี้จึงไม่คิดว่าคนในเมืองของตนจะอดตาย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาคงหลงลืมหรืออาจจะไม่คาดคิดว่าถ้าหากเกิดภัยแล้งขึ้นมาจริงไม่ใช่เพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะอดตาย
สัตว์ทั้งหลายเองก็ย่อมที่จะเอาตัวรอดเช่นกัน และตรงไหนที่พวกมันคิดว่ามีของกินสัตว์เหล่านั้นก็จะพากันไปที่นั่น
ซึ่งในอนาคต คนผู้นี้จะต้องพบเจอกับหายนะอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว