พลังยิ่งใหญ่มักมาพร้อมหน้าที่อันยิ่งใหญ่
เพียงชั่วพริบตาเดียว ฤดูชุนเทียนก็มาถึงคนในหมู่บ้านรวมถึงชาวไร่ชาวนาต่างก็เริ่มยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมเพาะปลูก
เช่นเดียวกับหนิงอันหลังจากที่เจ้าตัวได้จ้างชาวบ้านมาช่วยกันปรับที่ดินในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา
ในระหว่างที่ทำงานเจ้าตัวรู้สึกว่าอากาศของปีนี้ค่อนข้างแตกต่างจากเมื่อก่อนทำให้เจ้าตัวเกิดความสงสัย
‘เฮยเฮย เจ้าไม่คิดว่าช่วงนี้ร้อนผิดปกติหรือนี่เพิ่งจะเข้าฤดูใบไม้ผลิแทนที่อากาศจะเย็น ข้ากลับรู้สึกร้อนจนเหงื่อท่วมแผ่นหลังไปหมดแล้ว’
เจ้าตัวพูดขึ้นพลางยกชายแขนเสื้อซับเหงื่อบนหน้าผาก‘ข้าคิดว่าปีนี้น่าจะเกิดภัยแล้งเสียแล้ว’ จบคำของเต่าตัวน้อย
หนิงอันก็มีสีหน้าตกใจ ‘ภัยแล้ง บ้าไปแล้วเว้นจากภัยหนาวมาได้หนึ่งปีจะเกิดภัยแล้งอีก ผู้คนจะไม่อดตายหรอกหรือ’168
‘มันเป็นเรื่องของชะตากรรมเจ้าจะห้ามได้ไหมล่ะ มีสิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือเตรียมรับมือกับมัน’ สิ่งที่กุยเฮยพูดนั้นอันอันย่อมเข้าใจดี
‘เฮ้อ! เห็นทีเรื่องนี้ข้าไม่เพียงแต่ต้องบอกกับท่านพ่อยังต้องส่งข่าวไปถึงเมืองหลวงด้วย’
‘เจ้าจะทำสิ่งใดก็รีบทำเข้าเถอะ ข้าเกรงว่าภัยแล้งคราวนี้จะอยู่ยาวนานถึงสามหรือสี่ปีทีเดียว ที่สำคัญเจ้าควรจะเตือนพวกเขาถึงเรื่องโรคร้ายที่อาจจะมากับภัยแล้งในครั้งนี้ด้วยจะดีมาก’
“สามสี่ปี! บ้าไปแล้ว” หนิงอันลืมตัวเผลออุทานออกมาเสียงดัง “พี่สาว! เกิดอันใดขึ้นขอรับ” หมิงหมิงผู้อยู่ห่างออกไป