็กหนุ่มครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่หนิงอันคล้ายจะเข้าใจว่าบิดาคิดอะไรดังนั้นเด็กหญิงจึงได้เป็นผู้ตัดสินใจแทน“ให้พี่ใหญ่ไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ ข้ากับท่านแม่จะได้วางใจ”ชายหนุ่มหันไปมองหน้าภรรยากับบุตรสาวอย่างลังเล(นี่แหละน่ะถึงมีสำนวนที่ว่าโดนงูกัดหนึ่งครั้งกลัวเชือกไปสิบปี) อันอันคิดในขณะมองหน้าหน้าผู้เป็นพ่อ“ท่านพี่เชื่อลูกเถอะเจ้าค่ะ” หยวนฟานตัดสินใจพูดขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของบุตรี563
“ได้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าให้เสี่ยวเทาไปส่งถึงบ้านด้วยก็แล้วกันนะ” หยูเจียงยอมโอนอ่อน“เจ้าค่ะ ท่านพี่เองก็ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ” เมื่อได้ยินภรรยารับคำอย่างว่าง่ายเขาก็เบาใจลงได้บ้าง ก่อนพยักหน้าด้วยรอยยิ้มปลายยามซวีฟ้าด้านนอกมืดสนิทหยวนฟานก็ชะเง้อด้วยใจไม่สงบเมื่อเลยเวลาที่ผู้เป็นสามีจะกลับบ้านแต่ตอนนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงา “แม่ว่าอีกเดี๋ยวเสี่ยวเจียงก็กลับเจ้าอย่าเพิ่งกังวลไปนัก”แม้ใจของผู้พูดจะรู้สึกไม่ใคร่ดีเช่นกัน แต่ด้วยความที่ผ่านประสบการณ์มายาวนานหลายปีทำให้หญิงชราเอ่ยปากออกไปแบบนั้น
“ท่านแม่เชื่อท่านย่าเถอะเจ้าค่ะ/ขอรับ” สองพี่น้องต่างพากันสนับสนุนคำพูดของผู้เป็นย่า
“เฮ้อ! แม่คงจะกังวลมากเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ” หยวนฟานถอนหายใจกระนั้นความอึดอัดก็ยังไม่จางลง564
หนิงอันกับหมิงหมิงจึงได้มองหน้ากันก่อนที่คนทั้งคู่จะตัดสินใจเดินออกมาจากห้องโถง
“พี่สาวท่านพ่อจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่หากว่าท่านจะกลับผิดเวลาปกติจะต้องมี