ข้าเป็นคนใจดี
“.” สีหน้าของกุยเฮย ในขณะที่เจ้าของร้านกำลังจะขอตัวจากไป หนิงอันผู้นั่งเงียบก็ได้เอ่ยเรียกเขาไว้ “ท่านเจ้าของร้านช่วยอยู่ก่อนสักครู่ได้หรือไม่ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านสักเล็กน้อย”
ชายวัยกลางคนมองผู้เรียกสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย“ได้ขอรับ ไม่ทราบว่าคุณหนูน้อยมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้”
“ท่านลุงนั่งลงก่อนเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นกับข้าก็ได้เนื่องจากท่านอายุมากกว่าข้าตั้งหลายปี” รอยยิ้มและคำพูดอันเป็นกันเองของเด็กหญิงทำให้เจ้าของร้านรู้สึกผ่อนคลาย
“ขอรับ ส่วนเจ้าออกไปดูแขกด้านนอกเถอะ” เจ้าของร้านตอบรับ พลางบอกคนของตนให้ออกไปและเมื่อประตูห้องอาหารส่วนตัวปิดลง367
หนิงอันก็พูดเข้าประเด็นเพื่อไม่ให้เสียเวลา “ข้าอยากทราบว่าท่านมีแผนจะจัดการกับร้านอาหารแห่งนี้อย่างไร” คำพูดนี้เริ่มทำให้เหลียนเซียวมู่ตงเข้าใจความคิดของเด็กหญิงแจ่มแจ้ง
“ข้าคิดว่าจะขายขอรับ จากนั้นจะย้ายไปอยู่กับบุตรชายยังเมืองอื่น” จบคำของผู้พูดอันอันก็แอบยกยิ้มในใจ
“ท่านจะขายเท่าไหร่เจ้าคะ” คำถามของเด็กหญิงทำให้ดวงตาของชายวัยกลางคนชำเลืองมายังเด็กชายผู้ที่ดูแตกต่างจากคุณชายทั่วไปอย่างครั่นคร้าม
“นางถาม เจ้าก็ตอบไปตามตรงเถอะ” เหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้นก่อนจะยกจอกชาขึ้นจิบและทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีต่อไป
“เรียนคุณหนูข้าน้อยคิดว่าจะขายห้าตำลึงทองขอรับเนื่องจากร้านค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านการค้าอีกทั้งอาคารทั้งหลังของข้าก็