สิ่งใดเป็นของเราก็ย่อมเป็นของเรา
หนิงอันใช้เวลาในเมืองหลวงมากกว่าครึ่งปีแล้ว และในตอนนี้คนที่คิดร้ายต่อฮ่องเต้องค์ใหม่รวมถึงว่าที่ฮองเฮาและทายาทในครรภ์ก็ถูกกำจัดไปจดหมดสิ้น
“ในที่สุดข้าก็จะได้เดินเที่ยวเมืองหลวงได้เสียที” เด็กหญิงพูดขึ้นด้วยความสบายใจกับเด็กชายผู้เป็นเจ้าของจวนที่มาแจ้งข่าวให้ตนฟัง
“เด็กน้อยเจ้าอยู่ในจวนของเราทำให้อึดอัดมากเลยอย่างนั้นหรือ”นํ้าเสียงหวานใสที่บังเอิญเดินมาได้ยินกล่าวด้วยรอยยิ้มขัน
หนิงอันหันไปทางต้นเสียงพร้อมกับรอยยิ้มประจบ “หาเป็นเช่นนั้นไม่เพียงแต่ข้าไม่เคยอยู่นิ่งพอมาอยู่ในที่ไม่สามารถขยับตัวได้อย่างอิสระก็เลยทำให้เบื่อหน่ายไปบ้างนะเจ้าคะ”
คำพูดของคนตัวเล็กได้ไปเข้าหูผู้ที่กำลังเดินเอามือไพล่หลังเข้ามาใหม่เช่นกัน “ข้าเคยได้ยินว่าแต่ก่อนเจ้าก็อยู่เมืองหลวง355
มิใช่หรือในตอนนั้นเจ้าก็อยู่แต่เรือนนี่เหตุใดตอนนี้จึงได้รู้สึกเบื่อได้เล่า”
ถ้อยคำกึ่งหยอกล้อกึ่งสงสัยของชายคนนั้นทำให้หนิงอันและคนทั้งหมดหันหน้าไปมองทางเขาพร้อมกัน
“คารวะฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ/เพค่ะ” เทียนชุนเยว่หลงลิ่วโบกมือให้พวกเขาลุกขึ้นยืน “ทำตัวตามสบายเถอะ ว่าอย่างไรศิษย์น้อง” ชายหนุ่มยังคงกลั่นแกล้งคนตัวเล็กที่ทำแก้มป่องยู่หน้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม
“ก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่เพค่ะ ในตอนนั้นข้าอายุยังน้อยอีกทั้งข้อห้ามในจวนก็มีมากมาย แต่หลังจากที่ไปอยู่ในหมู่บ้านไหลชุนไม่ว่ามองทางไหนก็เ