าบอกกระนั้นความกังวลของเขาก็หาหมดไป
เหล่าบรรดาชายหนุ่มที่กำลังจะได้เป็นพ่อคนเหมือนกับเขาต่างพากันเริ่มวิตกกังวลบ้างแล้ว“หากภรรยาของพวกเราคลอด เราจะเป็นเหมือนท่านหยูหรือไม่” คำถามออกมาจากปากของชายหนุ่มคนหนึ่ง
คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้เนื่องจากในตอนนี้ใจของทุกคนกำลังรอว่าเมื่อไหร่จะมีเสียงดังของเด็กทารกเช่นเดียวกับภรรยาของพวกตนที่พากันนั่งเอามือลูบท้อง202
สาเหตุที่พวกเขาพากันมาที่นี่ก็เป็นเพราะเป็นห่วงหยูหยวนซือ อีกส่วนมาเป็นเพราะการมีเด็กทารกกำลังจะเกิดถือได้ว่าเป็นเรื่องมงคล
ตั้งแต่หมอทำคลอดเข้ามาผู้ไม่เกี่ยวข้องก็พากันรออยู่รอบนอก “เจ้าอดทนหน่อยอีกไม่นานลูกของเจ้าก็จะได้ลืมตาดูโลกแล้ว” หมอหญิงวัยกลางคนพูดในขณะคลำท้องของหญิงสาว
ผู้ที่กำลังกัดริมฝีปากอดทนต่อความเจ็บปวดโดยมีไป๋หลานคอยซับเหงื่อให้ ส่วนหนิงอันก็บีบมือให้กำลังใจมารดาแน่นไม่ห่างกาย
‘เฮยเฮยเมื่อไหร่น้องของข้าจะคลอด นี่ก็หลายชั่วยามแล้ว’ หนิงอันอดสื่อสารกับเพื่อนตัวเล็กไม่ได้ เมื่อมองใบหน้าซีดขาวของมารดาและท้องใหญ่โตของนางที่ยังไม่มีวี่แวว ว่าน้องของตนจะยอมออกมาสักที
‘เจ้าใจเย็นหน่อยเถอะ อีกไม่นานเชื่อข้า’ เต่าตัวน้อยให้กำลังใจ ส่วนตัวเองก็ใช้ดวงตาเพ่งไปยังท้องของมารดาก็เริ่มเห็นว่าเด็กคนนั้นคงใกล้จะออกมาแล้ว203
“ข้าบอกให้เจ้าเบ่งเจ้าก็เบ่งเลยนะ” จบคำของหญิงวัยกลางคน ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากซํ้า หัวเด็กที่อยู่ในครรภ์ก็โผล่