รใช่ไหม” อานเจิงถามออกมาพลางสำรวจร่างกายของน้องน้อยไปด้วย“ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ” อันอันปฏิเสธในขณะเดียวกันก็กล่าวชวนพี่ทั้งสองคนขึ้นมาด้วยหลังจากมื้อเช้าที่ค่อนข้างสายผ่านพ้นไปพี่ชายทั้งสองก็ไปเรียนเช่นเดียวกับเจ้าตัว “อาจารย์ปู่รองเจ้าคะให้ข้าไปได้หรือยัง” หนิงอันถามกับผู้ที่กำลังก้มหน้าอ่านตำราของตนอยู่ด้านหน้า“เจ้าจะไปซนที่ไหนอย่างนั้นหรือ” คำถามของเขาทำให้หนิงอันคิ้วกระตุก “อาจารย์ปู่รองเจ้าคะข้าออกจะเป็นเด็กน่ารักท่านพูดเช่นนี้ได้อย่างไร” คำตอบของนางทำให้ซุยเจิ้นเผิงละจากตำราบนโต๊ะ112
“ใช่น่ารักแต่ถ้าเจ้าลดความแก่นแก้วของตนลงบ้างจะดีไม่น้อย อยากไปที่ไหนก็ไปเถอะแต่อย่าไปรังแกใครเข้าล่ะ”อาจารย์ชราโบกมือไล่กล่าวเตือนไปพร้อมกัน“อาจารย์รองข้าไม่ใช่อันธพาลนะเจ้าคะ” หนิงอันโวยวาย“ไม่ใช่แล้วเหตุใดข้าถึงได้ยินมาว่าเจ้าไปรังแกเด็กข้างหมู่บ้านที่มาเรียนได้ล่ะ” คำถามนี้ทำให้หนิงอันหน้ามุ่ย“ใครใช้ให้เจ้านั่นมาล้อเลียนพี่มู่ตานของข้าก่อนละว่านางไม่มีบิดามารดา อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ทำอะไรเขาเลยเพียงแค่ตีก้นไปทีเดียวเอง” หนิงอันกอดอกพูดขึ้นอย่างโมโหย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดวันก่อนหลังจากสำนักศึกษาเปิดก็มีคนจากหมู่บ้านใกล้เคียงพาบุตรหลานของตนมาสมัครเรียน เด็กที่อื่นนั้นไม่ได้น่ารักเหมือนกับคนในหมู่บ้านไหลชุนสักนิดในวันนั้นช่วงยามเว่ยนางกลับมาจากเรียนจากอาจารย์ปู่ใหญ่ก็มาได้ยินคำล้อเ