างผู้เป็นแม่ พลางหันมากล่าวเรียกเด็กหญิงที่รอรับคำสั่งตน
หนึ่งจิบชาต่อมาเด็กหญิงก็ออกมาปรากฏกายให้อานเจิงเห็น “น้องเล็กรีบไปกันเถอะเกือบจะสายแล้ว” ผู้เป็นพี่เร่ง
ดังนั้นเด็กต่างวัยทั้งสามจึงได้แต่วิ่งด้วยความเร็วเท่าที่เท้าน้อยของพวกตนจะทำได้มายังหน้าบ้านของยงเผย
ยังไม่ทันที่จะพักให้หายเหนื่อย อาจารย์ผู้เย็นชาก็สั่งให้ศิษย์ทั้งห้าออกวิ่งทันที มู่ตานเมื่อเห็นผู้เป็นนายวิ่งนางจึงจำต้องวิ่งตามไปด้วย
“พี่สาวเหนื่อยหรือไม่” อันอันถามเด็กหญิงวัยแก่กว่าเล็กน้อยอย่างเป็นห่วง “มะ..ไม่เจ้าค่ะคุณหนู” นํ้าเสียงปนหอบออกมาจากปากของนาง ทำให้อันอันรู้สึกสงสารยิ่ง378
“เจ้าค่อย ๆ ยกนํ้าในนี้ขึ้นจิบนะ มันพอจะช่วยให้หายเหนื่อยได้” อันอันแม้จะรู้ดีว่าไม่ควรทำแบบนี้แต่นํ้าในถุงหนังเปรียบดั่งนํ้าวิเศษ นางจึงได้ส่งถุงนํ้าออกไป
มู่ตานรับถุงหนังมาอย่างเชื่อฟัง หลังจากนางได้ดื่มนํ้าจากในนั้น ร่างเล็กผอมบางของเจ้าตัวก็ได้รับการฟื้นฟู “คุณหนูข้าไม่เหนื่อยแล้วเจ้าค่ะ” เด็กหญิงส่งยิ้มให้ผู้เป็นนาย
“เจ้าไม่ใช่บอกว่าไม่เหนื่อยอยู่ก่อนแล้วหรือ” อันอันสัพยอกทำให้มู่ตานแสดงใบหน้าเขินอายออกมาจากนั้นอันอันจึงได้พูดขึ้นอีก “คราวหลังข้าถามอะไรเจ้าก็บอกตามตรงเถอะ ไม่อย่างนั้นเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะลำบาก”
“ข้าน้อยทราบแล้วเจ้าค่ะ” มู่ตานส่งยิ้มตอบออกไปด้วยความอาย การวิ่งผ่านไปด้วยดีจนกระทั่งมาต่อด้วยทำท่านั่งม้า
มู่ตานก็ทำตามด