ี้ทำอะไรเจ้าไม่ได้! ในเมื่อจะสู้ก็ตายตกตามกันเสีย!”
หากมัวแต่สั่นกลัวลังเล ไม่ช้าก็เร็วได้ถูกเจียงผิงอันพิชิตแน่ สู้ยิบตาแล้วฝ่าหนีไปยังดีกว่า
สองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือดในค่ายกล
อูฐอดตายยังตัวใหญ่กว่าม้า แม้เซี่ยเปิ่นจวินจะถูกลอบโจมตีมาหลายหน เขาก็ยังเป็นเซียนมนุษย์ผู้หนึ่ง พลังชีวิตกล้าแข็ง กฎเต๋าเซียนของเขารับมือห้ากฎเกณฑ์ของเจียงผิงอันได้
ใต้ดวงตะวันแดงก ่า แดนมรณะแห่งนี้ปกคลุมด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง มวลดาราคลับคล้ายถูกสีโลหิตเข้มข้นนี้บดบัง
ศึกอันดุเดือดทำให้ร่างกายของเจียงผิงอันแหลกร้าว บาดแผลแล่นริ้วดุจข่ายใยแมงมุม กฎเต๋าเซียนธาตุลมและไฟกัดกร่อนร่างเขาไม่ว่างเว้น โลหิตรินหลั่งจากมุมปากต่อเนื่อง ทุกลมหายใจรวดร้าวฉีกถึงปอด
เจียงผิงอันหลงลืมการกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดมาเนิ่นนานการแผดเสียงโหยไห้ในสมรภูมิรังแต่จะให้ศัตรูเห็นความขลาดเขลาของเขาเปล่า ๆ
เม็ดเหงื่อรินปนโลหิต เลื่อนหยดตามสันแก้มสู่อาภรณ์ขาดวิ่นแม้เขาจะบาดเจ็บสาหัส ดวงตาก็ยังลุกโชนด้วยเปลวเพลิงไร้จำนน
เซี่ยเปิ่นจวินก็มิได้สุขสบาย โลหิตสดทะลักไหลอาบอาภรณ์ขาวจนแดนฉาน แต่เขาก็ไม่มีอำนาจฟื้นบาดแผลมากมายนัก
แดนยมโลกแห่งนี้ไร้ปราณ มิอาจฟื้นสิ่งที่เสียไปในการต่อสู้นี้ได้
กลับกัน เจียงผิงอันสามารถกลืนกินพลังของเขามาฟื้นพลังตนได้ตลอด
ศึกอันดุเดือดนี้ดูไม่จบสิ้น สองฝ่ายล้วนตาแดงฉาน นี่เป็นการต่อสู้ตัดสินเป็นตาย มีเพียงหนึ่งเดียวท