เจียงผิงอันเดินมาหาเซี่ยเปิ่นจวินที่ห้องแล้วก้มหัวคารวะ
“อาจารย์ ศิษย์จัดการธุระเสร็จแล้ว ไปแดนยมโลกได้แล้วขอรับ”
เจ้าเฒ่านี่จ้องเขาตาไม่กะพริบ หาโอกาสหนีไม่ได้ ไปเร็วไปช้าไม่กี่วันก็ค่าเท่ากัน
“เข้ามาสิ”
หนึ่งเสียงเฒ่าชราดังออกมาจากในห้อง
เจียงผิงอันผลักประตูเข้ามา
วันนี้ เซี่ยเปิ่นจวินเปลี่ยนไปสวมชุดขาวสะอาดสะอ้าน ทั่วกายเปล่งประกายสุกสกาว กระทั่งหนวดเครายังถูกหวีเรียบแปล้ ขนคิ้วยาวถูกตัดเล็ม ให้บรรยากาศราศีจับเช่นเซียน
“ในการเดินทางครั้งนี้ เจ้าจะได้เป็นพยานการทะลวงขอบเขตของอาจารย์ ได้เป็นสักขีของหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์”
“ยังจะเอามาโอ่” เจียงผิงอันเหยียดในใจ ทว่าใบหน้าสุดแสนนับถือ “ศิษย์จะเดินตามรอยอาจารย์ เป็นปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธระดับสูงเหมือนอาจารย์ให้ได้ขอรับ”
เซี่ยเปิ่นจวินมองศิษย์ตนยิ้ม ๆ ขณะพูดในใจว่า “ความฝันเป็นนักหลอมอาวุธของเจ้าดับแล้วล่ะ แต่เจ้าเป็นจิตศาสตราให้อาจารย์ได้เจ้าจะได้ติดตามอาจารย์ตลอดไปไง”
“อาจารย์ แดนยมโลกคืออะไรหรือขอรับ?” เจียงผิงอันถาม
“แดนยมโลก มีอีกชื่อว่าแดนมรณะ แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ตั้งอยู่ในภพปีศาจที่เราอยู่ในขณะนี้แหละ กล่าวกันว่ามันนำไปสู่หนึ่งสถานที่นอกภพเซียน แน่นอน มันเป็นแค่ข่าวลือน่ะนะ”
“ในแดนยมโลกมีเพลิงชั่วร้ายสุดขั้วหยินอยู่ชนิดหนึ่ง เรียกว่าเพลิงยมโลก ซึ่งก็คือจุดประสงค์ของเราในครั้งนี้ อาจารย์อยากจะยืมใช้เพลิงยมโลกหลอมอาวุธวิเศษน