นน่ะ”
หลู่ฉางเซินจะไม่ยอมรับธุรกิจที่ขาดทุนแบบนี้
เกิงชุนก็ไม่แปลกใจเช่นกัน
ตัวตนแบบนี้ จะเอาชนะได้ง่ายๆ ได้อย่างไรกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องมีความสัมพันธ์อันดีต่อหลู่ฉางเซิน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เกิงชุนยิ้มและกล่าวว่า: “เอาล่ะ ในเมื่อผู้อาวุโสก็มาถึงที่นี่แล้ว ทำไมท่านไม่เยี่ยมชมนิกายโอสถของเราหน่อยล่ะ”
“แน่นอน ผู้อาวุโสก็สามารถชมหอคอยโอสถได้ ถ้าท่านต้องการอะไรก็เอาไปเถอะ”
หอคอยโอสถ
เป็นสถานที่ของนิกายโอสถในการจัดเก็บสูตรยา ซึ่งเป็นยังมีวิธีการบ่มเพาะจิตวิญญาณด้วย
รวมทั้งโอสถทั้งหมด ก็เก็บรักษาไว้ที่นั่น
อาจกล่าวได้ว่า เป็นสถานที่สำคัญทีี่สุดของนิกายโอสถก็ได้
และเกิงชุน ก็ทำสิ่งนี้เพื่อทำความคุ้นเคยกับหลู่ฉางเซิน
เจ้าใช้สิ่งนี้ผูกมัดข้างั้นหรือ?
หลู่ฉางเซินเข้าใจโดยธรรมชาติว่า เกิงชุนหมายถึงอะไร
เป็นเรื่องตลกน่า
แล้วข้าเอาของของเจ้าไป
เวลาเจ้าขอให้ข้าทำอะไร ข้าก็ต้องยิยยอดไม่ใช่เหรอ?
หลู่ฉางเซินปฏิเสธทันที: “ไม่ล่ะ ศิษย์ของข้ายังรอยังรออยู่หลังจากทำอาหาร ในเมื่อไม่มีอะไรอีก ข้าจะไปก่อนนะ”
” é……”(é ออกเสียงเอ๋ ความหมายดั้งเดิมคือหน้าผาก ต่อมาได้กลายเป็นภาษาอินเทอร์เน็ต เนื่องจากการออกเสียงคล้ายกับ “e” ในภาษาอังกฤษ หมายความว่าอีกฝ่ายกำลังคิดว่าจะตอบกลับอย่างไรในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือสับสนกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด)
สีหน้าของเกิงชุนแข็งค้าง
เขาไ