สูงล ้าเหนือจักรวาล สองร่างปะทะถี่รัว
หม่าคั่วถือดาบใหญ่ เปลวเพลิงลุกโชนรายล้อม ทุกการกวัดแกว่งร่ายระบำล้วนลากรอยเพลิงเจิดจรัสเป็นทางกลางสุญตา
เจียงผิงอันควงพลองฟาดกระหน ่า อำนาจอหังการคลับคล้ายขยี้สรวงถล่มภูมิ ไร้เทียมทานในหล้า
ดาบปะทะพลอง พลองอหังการย่อมเหนือกว่า
แต่หม่าคั่วไร้ซึ่งความลนลาน รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งทวีความเจิดจรัส
ยามผู้ฝึกตนที่ยังไม่เป็นเซียนใช้วรยุทธ์เซียน การสิ้นเปลืองปราณนั้นมหาศาล วิชาพลองที่อีกฝ่ายใช้อหังการดุเดือดเพียงนี้ ต้องเปลืองพลังมากมายแน่ ๆ การโจมตีพลังสูงเช่นนี้ไม่มีทางยืนยาว
หม่าคั่วไม่เลือกเข้าสู่ยิบตากับเจียงผิงอัน แต่ค่อย ๆ ยื้อเวลาจนกว่าอีกฝ่ายจะสิ้นปราณ แล้วค่อยปลิดชีพเผด็จศึก
เจียงผิงอันเผยยิ้มเหยียดหยัน “แค่นี้หรือ? โดนข้าตีก็หมดแรงสนองแล้ว?”
หม่าคั่วหน้าง ้า
เจียงผิงอันเหวี่ยงพลองพลางเย้ย “ข้าก็นึกว่าเจ้ามีดีอะไรทำหยิ่งผยอง แต่ข้าซึ่งขั้นขอบเขตต ่ากว่าเจ้าหนึ่งขั้นกลับสยบเจ้าในศึกได้ทายาทเซียนที่เกาะตระกูลกินไปวัน ๆ อย่างเจ้า วิชาหลอมอาวุธก็สู้ข้าไม่ได้ ประลองวรยุทธ์ก็สู้ไม่ไหว ยังมีทักษะอะไรเหลือ?”
“ไอ้เวรนี่! หาที่ตายเองนะ!”
หม่าคั่วผู้คิดถ่วงเวลาได้ยินเสียงเย้ยเยาะมากเข้า โทสะในใจก็ปะทุดุจเพลิงโหม อำนาจเพลิงพิสดารปะทุหลอมสุญตา แต่ละดาบดูประหนึ่งสัตว์ร้ายห้อตะบึง
แม้ผู้ฝึกตนจากตระกูลใหญ่จะภาคภูมิในตระกูลตน แต่ก็ยังมิชอบให้ใครพูดว่าพวกเขาเกาะตร