้าน!”
“ใต้เท้า!”
สีหน้าของเซียนทั้งสองและเป้าจือแปรเปลี่ยนรุนแรง
ฉับ!
ร่างของเจียงผิงอันถูกผ่าเป็นสองซีก
เป้าจือสมองเต้นตุบ ร่างทรุดกองกับพื้น สีหน้านิ่งค้าง ความคิดว่างโล่ง ในใจเหลือเพียงหนึ่งความคิด ใต้เท้าตายแล้ว
“ฮ่า ๆ ร้านข้าเป็นของเจ้าอะไร เจ้ามีชีวิตรอดเอาไปได้หรือ! สวะเอ๊ย!” หม่าคั่วหัวเราะอย่างหมดมาด ใบหน้าสุดสาใจหลังได้ล้างแค้น
ไร้ผู้ใดคาดว่าเขาจะลอบโจมตี รอบข้างมีเสียงก่นด่ามากมาย
“น่ารังเกียจจริง ๆ สู้ซึ่งหน้าไม่ได้ก็ลอบโจมตี”
“น่าสะอิดสะเอียนนัก คนจากโถงศัสตราเสินเชวียไร้สำนึกเกินไปแล้ว”
“ภายหน้าข้าจะไม่มีวันซื้ออะไรจากโถงศัสตราเสินเชวียอีก ใครจะรู้ว่าภายหน้าอาวุธวิเศษมีปัญหา อีกฝ่ายจะรักษาสัตย์รับประกันหรือไม่”
ผู้ฝึกตนทั่วไปสนใจเรื่องความเป็นธรรมที่สุด พวกเขาไร้ภูมิหลังใหญ่โต หากพบอยุติธรรมก็ไร้หาทางแก้ไข จึงเดือดดาลเป็นพิเศษยามเห็นเรื่องเช่นนี้
“เดี๋ยวสิ! ไม่มีเลือด! คนผู้นั้นมิได้ตาย!”
มีผู้สังเกตพบว่าเจียงผิงอันผู้ถูกผ่าร่างหามีโลหิตไม่
และขณะนี้เอง เจียงผิงอันผู้แยกเป็นสองเสี่ยงสลายเป็นปราณเซียนกระจายไป
“อวตาร!”
ทุกคู่เนตรเบิกกว้าง คนผู้นี้กลายเป็นอวตารไปแต่ยามใด? มิอาจทราบได้เลย
เสียงหัวเราะบ้าคลั่งของหม่าคั่วหยุดลงกะทันหัน
“หากอยากผ่าอวตารข้าขนาดนั้นก็จ่ายเงินข้าก็ได้นี่ ข้าให้เจ้าผ่าง่าย ๆ เลย”
หนึ่งเสียงเลื่อนลอยดังขึ้นที่ประตูร้านค้าของสำนักร้อยศาสตรา
ปวงชนส