เจียงผิงอันเก็บจิตสังหาร ไม่โจมตีต่อไป ทันทีที่อีกฝ่ายนำศาสตราเซียนออกมา การประลองก็ชี้ผลชัด
เมื่อจิตสังหารจางหาย เหล่าผู้ชมก็คืนสติ พบว่าอาภรณ์ของพวกตนชุ่มโชกด้วยเหงื่อ
พวกเขามองเจียงผิงอันอย่างขวัญผวา
“จ-… เจ้านี่เป็นคนแบบไหนกัน ถึงกับปล่อยจิตสังหารน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ออกมาได้!”
“บรรลุเต๋าด้วยการฆ่าหรือ?”
“เขาต้องฆ่ามากี่ศพแล้ว ถึงปลดปล่อยจิตสังหารน่ากลัวได้ขนาดนี้”
ปวงชนต่างพรั่นพรึงกับจิตสังหารของเจียงผิงอัน กระทั่งเซียนที่ชมศึกอยู่ยังตกใจ
ใต้ระดับเซียน มีน้อยคนนักที่จะคงความสุขุมไว้ได้ภายใต้จิตสังหารน่ากลัวเพียงนี้ ความหวาดกลัวในใจพวกเขาจะถูกขยายผลไม่จบสิ้น
หากจะปลดปล่อยจิตสังหารน่ากลัวระดับนี้ ต้องตัดชีวิตมาแล้วมากมายนัก
“ร้านของเจ้าเป็นของข้าแล้ว”
เจียงผิงอันกล่าวกับหม่าคั่ว แล้วหันกายเหินกลับ
สีหน้าของหม่าคั่วแปรเปลี่ยนไปมา มิคาดเลยว่าศึกจะจบลงเช่นนี้
อีกฝ่ายแค่ปล่อยจิตสังหาร เขาก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
ความรู้สึกทั้งโทสะ ความไม่เต็มใจ ริษยาและแค้นเคืองอัดแน่นในอก
ความพ่ายแพ้สองหนติดทำให้หม่าคั่วสติแตก จ้องมองหลังของเจียงผิงอัน จิตสังหารท่วมท้น ใช้ดาบเซียนในมือฟาดฟันเข้าใส่
“ตายซะ!!”
เซียนทั้งสองที่เป้าจือจ้างวานผงะไป ก่อนจะพุ่งเข้าหยุดการโจมตีทันที
ทว่าหนึ่งร่างยืนขวางพวกเขาไว้
ซึ่งก็คือผู้อารักขาของหม่าคั่ว สิงเจี๋ยอู่
เพียงพริบตา ดาบเซียนก็ฟันใส่หลังของเจียงผิงอัน
“เจ้าของร