“จะฆ่าข้า? พวกที่อยากฆ่าข้าเยอะจนนับไม่ถ้วนแล้วหนอ”
เจียงผิงอันนำถ้วยชาออกมาจิบชาช้า ๆ อย่างผ่อนคลาย
ในอดีตยามมีศัตรู เขามิอาจกินอิ่มนอนหลับ แต่ยามนี้ศัตรูเพิ่มจำนวน ทั้งเสินกวงเอย สำนักเซียนเทียนหลานเอย เขาก็ไม่รีบร้อนแล้ว สองร้อยปีที่ผ่านมา เขาใช้มันปรับสภาพจิตใจอย่างสงบสุข
หม่าคั่วกำหมัด จ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคืองแค้น
เจ้านี่ทำเขารอเสียเวลาเปล่าสองร้อยปี ยามนี้โผล่มาพูดเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าจงใจยั่วโมโห
ในฐานะอัจฉริยะจากโถงศัสตราเสินเชวีย เขาเผชิญเรื่องพรรค์นี้ยามใดกัน?
“หากมิใช่เพราะเจ้าซ่อนตัวในร้านเหมือนเต่าหดหัว ข้าคงฆ่าเจ้าได้ง่าย ๆ มิต่างจากเหยียบหนอนแมลงหรอก!”
เจียงผิงอันเอนตัวพิงกรอบประตู เอ่ยเย้าขึ้นว่า “หากเจ้าไร้ตระกูลหนุนหลัง เจ้าจะไม่มีกระทั่งคุณสมบัติพูดกับข้าด้วยซ ้า”
ทายาทเซียนเหล่านี้คิดเสมอว่าพวกตนแข็งแกร่ง จึงไม่มีใครกล้าตอแยด้วย หารู้ไม่ว่าหากไม่มีผู้หนุนหลัง พวกเขาไม่มีทางอยู่รอด
เห็นสีหน้าเย้ยเยาะของเจียงผิงอัน หม่าคั่วก็ยิ่งเดือดดาล ชุดคลุมสีเพลิงบนตัวส่ายสะบัด “มีปัญญาก็มาดวลตัดสินเป็นตายกับข้าสิกล้าหรือไม่!”
เขามิใช่เพียงนักหลอมอาวุธ ยังเป็นอัจฉริยะด้านพลังต่อสู้ที่บรรลุสามพลังเพลิงต่างชนิด กาลก่อนก็เกือบเข้าร่วมสำนักศึกษาชางจือได้แล้ว พลังต่อสู้ล ้าเลิศอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันจิบชาพลางเอ่ยเนิบ ๆ “พวกเจ้าคนตระกูลใหญ่นี่มารยากันจริงแท้ บอกจะสู้ลำพัง แต่พอตาย