ก็พากันมาล้างแค้น หากจะสู้กันจริง ๆ สู้เดิมพันทรัพยากรดีกว่า”
“ได้! เช่นนั้นก็เดิมพันทรัพยากร หากเจ้าชนะข้า ข้ายกอาวุธวิเศษทั้งร้านนี่ให้เลย!”
หม่าคั่วโทสะขึ้นกระหม่อม ยามนี้อยากเพียงประลองกับอีกฝ่ายแล้วฆ่าเขาเสีย
“ข้าไม่ประลองกับเจ้าหรอก พวกไม่รักษาคำพูด ก่อนหน้านี้ยามประลองหลอมอาวุธ บอกผู้แพ้ต้องย้ายร้านก็ไม่เห็นเจ้าย้าย วาทะเจ้าเชื่อไม่ได้ หามีน ้าหนักใดไม่”
วาทะของเจียงผิงอันเหน็บแนมจิกกัด
เมื่อมองสีหน้าอีกฝ่าย ร่างของหม่าคั่วก็สะท้านด้วยโทสะ นำกระดาษสีทองซึ่งแผ่อำนาจเซียนออกมา ยกมือขึ้นกล่าวทันทีว่า
“ข้าหม่าคั่ว สาบานว่าจะประลองกับปัวซืออย่างยุติธรรม หากข้าแพ้ ข้าจะยกร้านและอาวุธวิเศษภายในให้อีกฝ่าย หากตระบัดสัตย์ชาตินี้ข้าจะมิอาจเป็นเซียน!”
พูดจบ กระดาษสีทองก็กลายเป็นแสงทอง ผสานเข้ากับกฎเต๋าเซียน
หม่าคั่วถลึงตามองเจียงผิงอันอย่างเคืองแค้น “นี่คือหนังสือสัญญาเต๋าเซียน เมื่อลงนามแล้ว ข้าจะอยู่ในข้อจำกัดของเต๋าเซียนหากละเมิดสัญญา ข้าจะมิอาจเป็นเซียนได้ ยามนี้กล้าประลองแล้วกระมัง? อย่าบอกเชียวนะว่าไม่กล้า ตาขาว!”
มุมปากเจียงผิงอันยกขึ้นเล็กน้อย ทายาทตระกูลใหญ่ถูกประคบประหงมมาแต่เล็ก จิตใจมิมั่นคงเท่าปุถุชน กระตุ้นนิดหน่อยก็ยุขึ้นแล้ว
“เช่นนั้นก็ประลองกัน”
“ข้าจะทำให้ชีวิตเจ้าแย่กว่าตาย” หม่าคั่วแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแปรเป็นลำแสงสีเพลิงพุ่งสู่จักรวาลเบื้องบน
เจียงผิงอันวางถ้วยชาแล้ว