ล ้า พลังต่อสู้ยังแข็งแกร่งมากด้วย”
ปวงชนที่มาชมกาต่อสู้ขวัญผวาในใจ วรยุทธ์เซียนที่สองคนนี้ใช้แข็งแกร่งสุดขั้ว หนึ่งบรรลุสามพลังเพลิงร้ายกาจ ประสานกับวรยุทธ์เซียนธาตุไฟ ดูประหนึ่งจะผลาญเผาได้ทุกสิ่ง
อีกหนึ่งวิชาพลองอหังการ ทุกกระบวนพลองแข็งแกร่งเกินก่อนหน้า ทวีฤทธิ์เป็นชั้นทบ แข็งแกร่งเกินใดเปรียบ
ทั้งสองพุ่งรบนัวเนีย
ในร้านค้าของสำนักร้อยศาสตราเบื้องล่าง
เป้าจือกำลังตรวจบัญชีในห้อง พลางคิดว่าจะขยายกิจการต่อไปเช่นไร
นับแต่นางรับหน้าที่ดูแลร้าน นางก็ตั้งใจทำงานสุดชีวิต ด้วยความพยายามของนาง ธุรกิจของร้านก็ขยายใหญ่โตหลายสิบเท่าตัว
บรรยากาศของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นสง่างามใจกว้าง ดวงตาบนใบหน้างามสะพรั่งเรืองรองด้วยปัญญาลึกล ้า ความมั่นใจเต็มเปี่ยมราวไม่เคยลนลานมาก่อน
พนักงานหญิงนางหนึ่งตะลีตะลานเข้ามา
“ผู้จัดการ แย่แล้ว เจ้าของร้านกำลังสู้กับอัจฉริยะหม่าคั่วจากโถงศัสตราเสินเชวียที่ร้านตรงข้ามอยู่เจ้าค่ะ!”
“ว่าไงนะ!”
เป้าจือหน้าถอดสี ผุดลุกพุ่งออกไปอย่างลนลานทันที
พนักงานหญิงมองปฏิกิริยาของเป้าจือแล้วเอ่ยในใจ ‘นับแต่ข้ามาทำงานที่ร้านนี้ ก็เพิ่งเคยเห็นผู้จัดการเสียอาการเช่นนี้ครั้งแรก’
เป้าจือร้อนรนยิ่งนัก “ไฉนใต้เท้าไปสู้กับหม่าคั่วได้ หม่าคั่วนั่นมิใช่เพียงนักหลอมอาวุธ ยังมีพลังต่อสู้ระดับหัวกะทิด้วย ในหมู่ตัวตนร่วมระดับ หม่าคั่วมิใช่นักหลอมอาวุธที่แข็งแกร่งเหนือใคร และมิใช่ผู้ฝึกยุทธ์ที่แ