ข็งแกร่งที่สุดอะไรก็จริง แต่เขาเป็นนักหลอมอาวุธที่มากสามารถที่สุดของระดับนะ!”
เป้าจือพุ่งออกจากร้าน เห็นสองบุคคลสู้กันกลางเวหา ก็รีบเรียกเซียนมนุษย์ที่ประตูทั้งสอง
“ผู้อาวุโสทั้งสองท่าน รีบไปช่วยเจ้าของร้านกับข้าเถอะ!”
หลายปีมานี้ ร้านทำกำไรได้ไม่น้อย และเพื่อความปลอดภัยของร้าน จึงจ้างเซียนมนุษย์สองคนมาช่วยดูแล
เซียนมนุษย์เคราดำทางซ้ายมือเอ่ยปาก “เจ้าของร้านเพิ่งบอกเราว่า หากเซียนมนุษย์ของอีกฝั่งไม่เคลื่อนไหว เราไม่ต้องลงมือ”
สีหน้าของเป้าจือสุดเหลือเชื่อ “ใต้เท้าสติแตกแล้วหรือไร เขาในขอบเขตนี้จะเอาชนะหม่าคั่วได้หรือ?”
หากทั้งสองอยู่ในระดับขั้นเดียวกัน ก็ยังสู้กันได้ แต่ระหว่างใต้เท้ากับหม่าคั่วห่างกันหนึ่งขั้นย่อย ไม่มีทางเอาชนะอัจฉริยะอย่างหม่าคั่วได้เลย
เซียนมนุษย์ด้านขวามือกล่าวเบา ๆ “เจ้าของร้านอาจมีความคิดของเขาอยู่ หากเจ้าของร้านเผชิญอันตราย เราจะลงมือแน่นอนคุณหนูเป้าวางใจเถิด”
เป้าจือมองขึ้นสู่ฟ้า ยังคงกังวลไม่หาย “ผู้อาวุโสทั้งสอง ใต้เท้ามีโอกาสชนะบ้างหรือไม่เจ้าคะ?”
เซียนเคราดำทางซ้ายพูดตรง ๆ “พลังต่อสู้ของเจ้าของร้านแข็งแกร่งมาก แต่หากเชี่ยวชาญเพียงวิชาพลองแค่นี้ โอกาสชนะก็ไม่สูงหรอก”
“อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตนขั้นปลายระดับเขตแดนแล้ว สามารถเรียกใช้พลังรากฐานของตัวเองได้ง่าย ๆ การโจมตีด้วยกฎเกณฑ์ของสองฝ่ายต่างชั้นกัน มิต้องพูดถึงว่าสามพลังเพลิงของอีกฝ่ายแข็งแกร่งยิ่ง ทุกครั้งที