อย่างแสนอิดออด
หลังจากเจียงผิงอันส่งอีกฝ่ายไปแล้ว เขาก็อดพึมพำมิได้ว่า“ไฉนข้ารู้สึกเสมอกันหนอว่าเจ้านี่แปลกๆ”
“เจ้ารู้สึกถูกแล้ว”
เสียงของอวิ๋นเหยาดังขึ้นในหัวเขา
เจียงผิงอันอึ้งไปเล็กน้อย “ผู้อาวุโสรู้อะไรหรือ?”
“หากข้าเข้าใจไม่ผิด เขาน่าจะกำลังหลอมธนูมิคสัญญี ศาสตรามารชิ้นหนึ่ง” อวิ๋นเหยาคะเนจากวัตถุดิบที่เซี่ยเปิ่นจวินต้องการ ทราบได้ว่าอีกฝ่ายจะสร้างอาวุธวิเศษชิ้นใด
“ศาสตรามาร? ธนูมิคสัญญี? มันคืออะไรหรือ? เกี่ยวอะไรกับการที่เขามาทำตัวดีกับข้าด้วย?” เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย
อวิ๋นเหยาอธิบาย “ศาสตรามารแตกต่างจากอาวุธวิเศษทั่วไป มันเป็นสิ่งชั่วร้าย บรรจุพลังชั่วร้าย กาลก่อนข้าเคยเห็นแบบร่างของอาวุธวิเศษชิ้นนี้ หากจะหลอมธนูนี่ ต้องใช้ชีวิตของบุคคลที่รักที่สุดด้วย”
“สรุปคือ เซี่ยเปิ่นจวินคิดเลี้ยงดูเจ้าเป็นบุคคลที่รักที่สุด แล้วค่อยโยนเจ้าลงเตาเพื่อสร้างธนูมิคสัญญี”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของเจียงผิงอันก็แข็งค้าง เขาสังหรณ์ไว้ไม่ผิดเจ้าเฒ่านี่มิได้เจตนาดีเลย
เจ้านี่จะวิปริตไปแล้ว จงใจบ่มเพาะความรู้สึก แล้วจึงโยนผู้ที่ตนสานสัมพันธ์จนสนิทสนมลงเตาด้วยมือตัวเอง
เจ้าเฒ่านี่ไร้คู่บำเพ็ญและทายาท หากมีขึ้นมา ก็อาจโยนคู่บำเพ็ญกับบุตรหลานลงไปอย่างเยือกเย็น
“ช่างน่าสะอิดสะเอียนเสียจริง ทั้งคนทั้งอาวุธเลย”
“เพราะเช่นนี้มันจึงถูกเรียกว่าศาสตรามาร คนบางพวกชอบหันหน้าสู่ความชั่วร้ายเพียงเพื่อให้ได้พลัง