ย่างตั้งใจ หวังจะได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง
กระทั่งเจียงผิงอันยังถูกวิชาหลอมอาวุธอันงดงามนี้ดึงสายตาระหว่างมือวาดอักขระ เขาก็อดมองมิได้
มหาเต๋านั้นสารพัด แต่ละสายล้วนพร่างพราวเจิดจรัส ก่อนที่เขาจะได้สัมผัสการหลอมอาวุธ เจียงผิงอันหารู้ไม่ว่าสายงานหลอมอาวุธลึกล ้าเพียงไร แต่หลังสัมผัสได้ เขาก็ยังมิประจักษ์ความลึกล ้าของมันอยู่ดี
เมื่อเห็นฤทธิ์อันเจิดจรัส เจียงผิงอันก็อยากปรบมือชื่นชมแต่ละค้อนของหม่าคั่ว ขณะขจัดสิ่งเจือปนก็ผสานแร่พิเศษเข้ากับกระบี่อย่างไร้ที่ติ แม้แต่ละค้อนจะดูดุดัน ทว่ากลับละเอียดอ่อนยิ่ง
มันคล้ายกับการลงน ้าหนักมือหนักเบาแตกต่างของ ‘วิชาพันค้อนร้อยหล่อหลอม’ เสียมาก ๆ
ยิ่งวิชาค้อนของหม่าคั่วยิ่งทวีความน่าตื่นเต้น เจียงผิงอันกระทั่งลดความเร็วการวาดอักขระ จดจ้องศึกษาอย่างตั้งใจ
เมื่อสังเกตเห็นการกระทำของเจียงผิงอัน โจวหยวนก็โกรธจนหน้าบี้ แม้จะรู้ว่าเจ้านี่แพ้แน่มาแต่แรก แต่การกระทำของอีกฝ่ายที่ไม่เห็นการประลองในสายตายิ่งน่ารำคาญไปใหญ่
รอให้โง่นี่ถูกปรมาจารย์เซียนโยนเข้าเตาเพลิงก่อนเถอะ คิดจริงๆ หรือว่าตัวเป็นศิษย์ปรมาจารย์เซียนจะทำอะไรก็ได้ เป็นแค่ลูกมือแท้ๆ
หลังจากพินิจอยู่หนึ่งวัน เจียงผิงอันก็จำจังหวะวิชาค้อนของหม่าคั่วได้ เป็นแรงบันดาลใจใหญ่ยิ่งต่อเขา
“เพลิงที่เจ้าใช้แรงเกินไป ไม่จำเป็นต้องเปลืองปราณเซียนมากเพียงนั้น ใช้วิชาค้อนเพิ่มระดับอาวุธวิเศษเสียจะได้ผลดีกว่า”